[x] ปิดหน้าต่างนี้
ก้าวทุกวินาที กับ... สหวิชา ดอท คอม
ชื่อผู้ใช้ :
รหัสผ่าน :
   
   
หมวดหมู่ : คณิตศาสตร์
ความเป็นครูกับเงินเดือนครู (ตอนจบ)
จันทร์ ที่ 15 เดือน กุมภาพันธ์ พ.ศ.2553

แต่ครูต้องเป็นข้า ราชการและได้รับสิทธิและสวัสดิการของการเป็นข้าราชการเช่นเดียวกับข้า ราชการของกระทรวง กรม อื่นทั่วๆ ไป...การแยกบัญชีอัตราเงินเดือนครูจึงไม่มีความจำเป็น...ความรู้สึกของครู   

ความเป็นครูกับเงินเดือนครู (ตอนจบ) โดย รอง ศาสตราจารย์ ดร.กฤษมันต์ วัฒนาณรงค์

แต่ครูต้องเป็นข้า ราชการและได้รับสิทธิและสวัสดิการของการเป็นข้าราชการเช่นเดียวกับข้า ราชการของกระทรวง กรม อื่นทั่วๆ ไป...การแยกบัญชีอัตราเงินเดือนครูจึงไม่มีความจำเป็น...ความรู้สึกของครู ที่เป็นข้าราชการนั้น สร้างให้เกิดอุดมการณ์การในการทำงาน...ไม่เพียงต้องการแค่เงินเดือน...แต่ เป็นความภูมิใจที่ได้ทำงานรับใช้พระเจ้าแผ่นดินด้วย...

การใช้ แนวคิดของการบริหารจัดการเชิงธุรกิจมาจ้างครู ราคาถูกๆ หรือ "ครูอัตราจ้าง" เพื่อ ลดต้นทุน และไม่ต้องมีภาระทางงบประมาณนั้น ไม่ควรนำมาใช้กับระบบการศึกษา...เพราะการศึกษาเกี่ยวข้องกับความมั่นคงของ ประเทศ...

เงินเพิ่มพิเศษสำหรับครู ควรได้รับการพิจารณาอย่างยิ่ง...ความแตกต่างกันแต่ละพื้นที่ของค่าครองชีพ ความเสี่ยงภัย การเสียโอกาสของการได้รับบริการจากสาธารณะในพื้นที่ธุระกันดาร...เป็นการตอบ แทนให้กับอาชีพครู และ ความเป็นครู...

เงินเดือนครูในประเทศ ต่างๆ

เงินเดือนครูที่นำเสนอต่อไปนี้เป็นค่าเฉลี่ยโดยยังไม่รวม สวัสดิการและการหักภาษีและค่าใช้จ่ายอื่นๆ ตามสภาพของสังคมในแต่ละประเทศ

เงิน เดือนครูในสหรัฐอเมริกา แต่ละมลรัฐไม่เท่ากัน แตกต่างกันตามสภาพเศรษฐกิจของแต่ละรัฐ แต่ค่าเฉลี่ย อยู่ที่ประมาณ 40, 000 เหรียญสหรัฐต่อปี หรือประมาณ 1, 360, 000 บาทต่อปี หรือ ประมาณ 113, 000 บาทต่อเดือน (อัตรา 34 บาท ต่อ 1 เหรีญญสหรัฐ) อัตราเริ่มต้นต่ำสุดที่รัฐ Idaho เริ่มที่ 27, 500 เหรียญต่อปี สำหรับประเทศ Australia เฉลี่ยประมาณ 41,104 สำหรับ เรียน 4 ปี และ 5 ปี เริ่มที่ 43, 225 เหรียญออสเตเลีย ต่อปี หรือประมาณ 1,150,000 บาทต่อปี (28บาทต่อ 1 เหรียญ) หรือ 95,000 บาทต่อเดือน ประเทศ Canada เริ่มต้นที่ 28, 000 เหรียญคานาดา ต่อปี หรือ 840, 000 บาทต่อปี (30 บาทต่อ 1 เหรียญ) หรือ 70,000 บาทต่อเดือน ประเทศ England and Wales เฉลี่ยประมาณ 30, 000 ปอนด์ ต่อปี หรือประมาณเป็นเงิน 1, 560, 000 บาทต่อปี (52 บาทต่อ ปอนด์) หรือ 130, 000 บาทต่อเดือน ประเทศ South Africa เฉลี่ยประมาณ 115, 000 รูปี ต่อปี หรือ 322, 000 บาทต่อปี (2.80 บาท ต่อ 1 รูปี) หรือ 26, 800 บาทต่อเดือน ประเทศ Japan เฉลี่ยประมาณ 156, 500 เยน ต่อเดือน (36 บาทต่อ 100 เยน) 56, 340 บาท ต่อเดือน

สำหรับประเทศไทย มีอัตราดังนี้ ครูผู้ช่วย ขั้นต่ำชั่วคราว 7,940 บาทต่อเดือน ขั้นต่ำ 8,700 บาท ขั้นสูง 16,840 บาท คศ.1 ขั้นต่ำชั่วคราว 8,130 บาท ขั้นต่ำ 11,930 บาท ขั้นสูง 29,700 บาท คศ.2 ขั้นต่ำชั่วคราว 12,530 บาท ขั้นต่ำ 15,410 บาท ขั้นสูง 36,020 บาท คศ.3 ขั้นต่ำชั่วคราว 12,530 บาท ขั้นต่ำ 18,910 บาท ขั้นสูง 50,550 บาท คศ.4 ขั้นต่ำ 23,230 บาท ขั้นสูง 59,770 บาท คศ.5 ขั้นต่ำ 28,550 บาท ขั้นสูง 66,480 บาท ส่วนร่างบัญชีอัตราเงินวิทยฐานะ จำแนกเป็นเงินวิทยฐานะตำแหน่งครู ศึกษานิเทศก์ ผู้บริหารสถานศึกษา และผู้บริหารการศึกษารวมถึงตำแหน่งที่เรียกชื่ออย่างอื่นตามที่ก.ค.ศ.กำหนด มีอัตราดังนี้ วิทยฐานะชำนาญการ 3,500 บาท วิทยฐานะชำนาญการพิเศษ 5,600 บาท วิทยฐานะเชี่ยวชาญ 9,900 บาท และวิทยฐานะเชี่ยวชาญพิเศษ 15,600 บาท

การ นำอัตราเงินเดือนของประเทศต่างมาให้พิจารณาเปรียบเทียบกับประเทศไทยนั้น เพื่อให้เห็นภาพฐานะทางเศรษฐกิจ หรือรายได้ของอาชีพครูในประเทศต่างๆ ซึ่งการนำจำนวนเงินมาเปรียบเทียบกันตามอัตราแลกเปลี่ยนอย่างเดียวนั้นคงไม่ สามารถบอกถึงระดับฐานะทางเศรษฐกิจและความเป็นอยู่ของครูได้อย่างถูกต้อง ปัจจัยอื่นๆ ที่เป็นบริบทของสังคมแต่ละประเทศเป็นตัวแปรที่สำคัญ ตัวอย่างเช่นประเทศไทย ครูที่มีสถานภาพเป็นข้าราชการ มีสิทธิของข้าราชการ และสวัสดิการของข้าราชการไม่อาจคิดเป็นตัวเงินได้อย่างถูกต้อง เงินเดือนครูในประเทศไทยถึงแม้จะมีจำนวนน้อยกว่าประเทศอื่นๆ แต่ในความเป็นครูของสังคมไทย ถ้ามีความเป็นข้าราชการแล้ว อัตราเงินเดือนของครูที่เป็นข้าราชการน่าจะเพียงพอเหมาะสมกับสภาพสังคมไทย โดยรวม...แต่ในบางพื้นที่ของประเทศไทยมีความแตกต่างกันในเรื่องของค่าครอง ชีพ ความเสี่ยงภัย การเสียโอกาสของการได้รับบริการจากสาธารณะเช่นในเมือง กับ ชนบท ในกรุงเทพฯ กับ ต่างจังหวัด..ในพื้นที่ธุระกันดาร เสี่ยงภัยต่างๆ ...เงินค่าครองชีพพิเศษสำหรับครูในแต่ละพื้นที่จึงเป็นทางออกที่เหมาะสมกว่า การแยกบัญชีเงินเดือนออกจากบัญชีข้าราชการทั่วไป

ครูต้องเป็นข้า ราชการ

แต่ครูต้องเป็นข้าราชการและได้รับสิทธิและ สวัสดิการของการเป็นข้าราชการอย่างเต็มที่เช่นเดียวกับข้าราชการของกระทรวง กรม อื่นทั่วๆ ไปด้วย ความจำเป็นในการแยกอัตราเงินเดือนครูต่างหากจึงไม่มีความจำเป็น...กระทรวง ศึกษาธิการมีบุคคลากรผู้ที่ทำหน้าที่สอน หรือ เป็น "ครู" ที่นักเรียนและครูด้วยกันที่เป็นข้าราชการไม่ค่อยจะยอมรับว่าเป็นครูเพราะ เป็น "ครูอัตราจ้าง"... กระทรวงศึกษาธิการต้องบรรจุครูอัตราจ้างเหล่านั้นให้เป็นข้าราชให้หมดอย่าง รวดเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อทำให้ "ครูอัตราจ้าง" ที่ไม่มีสถานภาพของ "ความเป็นครู" อย่างสมภาคภูมินั้นมีสถานภาพของข้าราชการ จะทำให้ขวัญและกำลังใจของเขาเหล่านั้นดีขึ้นและทำหน้าที่ครูที่ดีได้อย่าง ภาคภูมิ เพราะสถานภาพทางสังคมดีขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องมีเงินเดือนสูงกว่าข้าราชการอื่นๆ

ความรู้สึกของครู ที่เป็นข้าราชการนั้น เป็นความภูมิใจที่ได้ทำงานรับใช้พระเจ้าแผ่นดินด้วย ความรู้สึกจงรักภัคดีจะถูกถ่ายทอดไปยังลูกศิษย์โดยตรง และความมั่นคงของประเทศฝากไว้กับเยาวชนเหล่านั้นสิ่งที่น่ากังวลอย่างหนึ่ง ในระยะยาว คือ การที่มหาวิทยาลัยในอนาคตของไทยนั้น อาจารย์และเจ้าหน้าที่ไม่เป็นข้าราชการอีกต่อไป เพราะจะไม่บรรจุข้าราชการในมหาวิทยาลัยอีก จะมีแต่พนักงานมหาวิทยาลัย ข้าราชการที่เหลืออยู่ก็ไม่สามารถทำอะไรได้มาก บางแห่งถูกจำกัดสิทธิการเป็นผู้บริหาร ความรู้สึกเหินห่างกับกับการรับใช้พระเจ้าแผ่นดินอาจเกิดขึ้นและถูกถ่ายทอด ไปยังลูกศิษย์ ความเป็นครู/อาจารย์ในอุดมคติที่เคยเป็นอยู่ กลายเป็นผู้สอน ที่รับจ้างสอน รับจ้างทำงานวิจัย ผลิตผลงาน ไม่รับคุณค่าของความเป็นข้าราชการมาเป็นอุดมการณ์ในการทำงาน ผลกระทบที่เกิดขึ้นคงอีกนาน คนที่เป็นตัวการเรื่องนี้คงไม่มีชีวิตอยู่รอดูผลงานของตัวเองอีกเช่นกัน แต่ลูกหลานจะต้องรับผลกับสังคมใหม่อย่างแน่นอน อย่างน้อยในระดับการศึกษาพื้นฐานที่ "คุณครู" ทั้งหลายรับผิดชอบอยู่ ต้องรับภารกิจของความมั่นคงของระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็น ประมุขไปด้วย

การที่มี "ครูอัตราจ้าง" นั่นแสดงให้เห็นว่ามีความต้องการครูหรือครูอยู่ในภาวะขาดแคลน จึงต้องจ้างมาสอน แต่การจ้างคนมาสอน มาทำหน้าที่ของครู และรับผิดชอบกับความเป็นครูของเยาวชนที่เป็นอนาคตของชาตินั้นมีความเสี่ยง มากถ้าได้คนที่ไม่รับผิดชอบ ไม่มีความรักและความผูกพันกับอาชีพครู ความเป็นครูต้องมีความรับผิดชอบสังคมไทยในอนาคต การใช้แนวคิดของการบริหารจัดการเชิงธุรกิจมาจ้างครู ราคาถูกๆ เพื่อลดต้นทุนและไม่ต้องมีภาระทางงบประมาณ ใช้ไม่ได้ผลดีกับการศึกษา เพราะการศึกษาเป็นความมั่นคงของประเทศ เช่นเดียวกับ ทหาร ตำรวจ ซึ่งในอดีตนั้น การผลิตครูเป็นหน้าที่ของรัฐบาล สถานศึกษาของรัฐบาลเท่านั้นที่สามารถเปิดสอนและผลิตครูได้ เพิ่งมาอนุญาติให้สถานศึกษาเอกชนสามารถผลิตครูได้เมื่อไม่นานมานี้เอง การทบทวนให้สถานศึกษาของรัฐเท่านั้นที่จะสามารถผลิตครูและบุคคลากรทางการ ศึกษาได้จึงน่าจะมีการพิจารณา...

แต่อย่างไรก็ตาม เงินเพิ่มพิเศษสำหรับครู ซึ่งไม่ใช่บัญชีเงินเดือนนั้นควรได้รับการพิจารณาอย่างยิ่ง เป็นการเพิ่มรายได้ให้สมกับอาชีพครูโดยเฉพาะ นอกจากเงินอื่นๆ ที่ข้าราชการจะได้รับอยู่แล้ว โดยพิจารณาใด้เหมาะสมกับภาวะเศรษฐกิจของประเทศ ทำให้ครูสามารถอยู่ในสังคมได้อย่างมีเกียรติ นอกจากนี้การบริหารจัดการเรื่องของการช่วยเหลือด้านสวัสดิการต่างๆ เช่น ที่อยู่อาศัย พาหนะ เงินออม หรือระบบสหกรณ์ครูที่ดำเนินการอยู่ให้ขยายการบริการให้กว้างขวางขึ้น การดำเนินการเรื่องนี้ควรเป็นหน้าที่ของคณะกรรมการคุรุสภา ทั้งเริ่มต้นคิด สนับสนุน ผลักดัน และทำให้สำเร็จ

ค่านิยมใหม่ของครู

การ เรียกร้องให้เพิ่มเงินเดือนและรายได้ครู หรือการแยกบัญชีเงินเดือนครูออกจากบัญชีเงินเดือนข้าราชการทั่วไปมีความ พยายามมายาวนาน แต่ข้าราชการสังกัดกระทรวงอื่นบางกลุ่มสามารถมีบัญชีเงินเดือนแยกออกต่างหาก ให้ปรากฎเห็นเป็นตัวอย่างได้ ทำให้ครูเกิดความรู้สึกไม่เป็นธรรม เพราะทุกวิชาชีพและสาขาอาชีพที่เป็นข้าราชการนั้นมีความสำคัญต่อชาติบ้าน เมืองทั้งสิ้น

นอกจากนั้นทุกสาขาวิชาอาชีพในระบบราชการนั้นล้วนต้อง ผ่านการเรียนการสอนของครูมาทั้งสิ้น แต่คนเป็นครูของอาชีพเหล่านั้นมีฐานะทางสังคมและได้เงินเดือนด้อยกว่าศิษย์ ของตัวเอง แถมยังถูกเปรียบเปรยให้เหมือน "เรือจ้าง" หรือ ต้องการให้เป็นผู้เสียสละให้กับสังคม การสะท้อนภาพพจน์ของครูทั้งในรูปของ ภาพยนตร์ เพลง ละคร ล้วนสร้างภาพความต้อยต่ำให้กับครูเป็นส่วนมากส่วนการยกย่องครูที่มีอยู่บ้าง เช่น "วันครู" พิธีการไหว้ครู เป็นการแสดงมุทิตาจิต (เท่านั้น) บางครั้งสร้างความขัดเขินให้กับครูด้วยซ้ำ

ค่านิยมใหม่ที่ครูพันธุ์ ใหม่ต้องทำให้เกิดขึ้น และระบบของการบริหารจัดการอาชีพครูและความเป็นครูต้องเอื้อให้การยกฐานะของ อาชีพครูเป็นอาชีพที่สามารถทำให้ครูมีความเป็นอยู่ที่สมฐานะในสังคม...

การ สร้างภาพลักษณ์ของครู และ พัฒนาฐานะความเป็นอยู่ตลอดจนศักดิ์ศรีความเป็นครูนั้นเป็นความรับผิดชอบของ ตัวครูเอง จะให้ผู้อื่นมาสร้างให้หรือทำให้ไม่ได้ "คุณครู" วันนี้จึงต้องพร้อมสำหรับการพัฒนา พร้อมจะเป็น "คุณครู" สำหรับโลกใหม่

คุณ ครูทั้งหลายต้องพยายามเข้าใจผู้อื่น อาชีพอื่น และสรรพสิ่งรอบๆ ตัวด้วย จะทำให้โลกของครูกว้างขึ้น แต่ถ้าคุณครูไม่พยายามเข้าใจผู้อื่น ไม่สนใจอาชีพอื่น และไม่สนใจสรรพสิ่งรอบๆ ตัว มัวแต่สนใจแต่ตัวเองหาเหตุผลให้กับตัวเอง ทำความเข้าใจเฉพาะตัวเองโลกของครูจะแคบลงๆ แคบลงจนเหลือแต่เพียงในห้องเรียนที่ตนเองสอนเท่านั้น


ที่มาของข้อมูล http://www.thairath.co.th/content/edu/63645

ที่มาของภาพ http://t2.gstatic.com/images?q=tbn:EcL6gHsvZ3v2FM:http://learning.eduzones.com/images/blog/webter/2009061001120.jpg

ที่มาของภาพ http://t1.gstatic.com/images?q=tbn:8zmN5u5lhbIUCM:http://www.thai-school.net/images/Activities_pic0055374.jpg

ที่มาของภาพ http://t2.gstatic.com/images?q=tbn:Hnjm2hrljJdv0M:http://pics.manager.co.th/Images/552000011034401.JPEG

 



เข้าชม : 12865
นำเสนอโดย : ประเทือง วิบูลศักดิ์
โรงเรียน นนทบุรีพิทยาคม
สพม.3 นนทบุรี
อยู่ในขั้น : เจ้ายุทธภพ

แชร์ไปที่ Facebook

  หมวดหมู่ คณิตศาสตร์ ล่าสุด
3 วิธี ง่าย ง่าย ทลายห่วงยางรอบเอว
โดย : [เข้าชม : 16732 ]
รายงานผลการใช้ชุดฝึกเสริมทักษะการแก้โจทย์คณิตศาสตร์ เรื่อง ทักษะการแก้โจทย์ปัญหาคณิตศาสตร์ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนบ้านปงแม่ลอบ อำเภอแม่ทา จังหวัดลำพูน
โดย : [เข้าชม : 16951 ]
การจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญโดยใช้บริบทเป็นฐาน (Context-based Learning)
โดย : [เข้าชม : 21935 ]
บทคัดย่อ เรื่อง ผลการศึกษาและพัฒนาแบบฝึกเสริมทักษะคณิตศาสตร์ เรื่อง เวลา ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2
โดย : [เข้าชม : 29522 ]
Five Steps for Student Development
โดย : [เข้าชม : 30187 ]
กดเครื่องคิดเลขทำไม ในเมื่อคิดในใจได้เร็วกว่า
โดย : [เข้าชม : 27103 ]
การสร้างสื่อ CAI ด้วยโปรแกรม SWISHmax3 ตอน 11 แบบทดสอบก่อนเรียน2
โดย : [เข้าชม : 28087 ]
การสร้างสื่อ CAI ด้วยโปรแกรม SWISHmax3 ตอน 11 แบบทดสอบก่อนเรียน1
โดย : [เข้าชม : 26705 ]
การแก้โจทย์ปัญหาตัวหารร่วมมาก (ห.ร.ม.) โดยใช้กระบวนการวิจัย
โดย : [เข้าชม : 30531 ]
การสร้างสื่อ CAI ด้วยโปรแกรม SWISHmax3 ตอน 10 การใช้งาน TextScroe_silver
โดย : [เข้าชม : 26432 ]
 10 บทความ Text Random
แก้ปวดหัว ด้วยการแช่เท้า...เอ๊ะ ยังไง??
การสร้างสื่อ GSP เรื่อง กราฟแท่ง
การสร้างสื่อ GSP เรื่อง มุมรอบจุดศูนย์กลาง
ขอนแก่นพัฒนศึกษากับรางวัลโรงเรียนพระราชทาน
เมืองถลางคือที่ไหน
กลิ่นส้ม ทำให้หลับสบาย
น้ำมันสารพัดประโยชน์
น้ำมันงา
สระผมด้วยน้ำอุ่น.....ไม่ดีนะจ๊ะ
การสร้างสื่อ GSP เรื่อง กล่อง
 
     "สหวิชา ดอท คอม" เป็นแหล่งรวมเนื้อหาความรู้ต่าง ๆ บอกเล่าประสบการณ์เกี่ยวกับเนื้อหา และการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนจากครูทั่วประเทศ นำมาแลกเปลี่ยนในเว็บไซต์แห่งนี้ ซึ่งเนื้อหาทั้งหมดได้ถูกกลั่นกลรองมาจากความรู้ ประสบการณ์ในการทำงานของทีมงานทุกคน...ดังนั้น ทุกเรื่องราว ทุกเนื้อหาสาระจึงเป็นลิขสิทธิ์ของผู้เขียนและสำนักเทคโนโลยีเพื่อการเรียนการสอน สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ หากบุคคลใดที่มีความประสงค์จะนำเนื้อหาเรื่องราวใด ๆ ในเว็บไซต์แห่งนี้ไปนำเสนอในรูปแบบใด ๆ จึงควรที่จะอ้างอิงและให้เครดิตกับ "สหวิชา ดอท คอม" เพื่อเป็นการสนับสนุนและเป็นกำลังใจในการทำงานแก่ทีมงานทุกคนที่เพียรค้นคว้าหาความรู้มานำเสนอ ขอขอบคุณผู้ที่ให้ความสนใจทุกท่านที่เล็งเห็นความสำคัญในสาระการเรียนรู้ต่าง ๆ ...เราขอน้อมรับทุกคำติชมและจะนำไปพัฒนาปรับปรุงในการทำงานให้ดียิ่งขึ้น ขอขอบคุณ Maxsite 1.10 CMS ที่พัฒนาโดยคนไทย ขอขอบคุณทุก ๆ คลิกที่แวะมาเยี่ยมชมเรา "สหวิชา ดอท คอม"

| เกี่ยวกับสหวิชา.คอม | สาระการเรียนรู้ | บทความ | สื่อการเรียนการสอน | แบบฝึกทักษะ | เล่าสู่กันฟัง | คำถามยอดนิยม | Links น่ารู้ | ทีมงานสหวิชา.คอม | ติดต่อเรา |