[x] ปิดหน้าต่างนี้
ก้าวทุกวินาที กับ... สหวิชา ดอท คอม
ชื่อผู้ใช้ :
รหัสผ่าน :
   
   
หมวดหมู่ : สุขศึกษาและพลศึกษา
คุณสมบัติทางสรีรวิทยาของน้ำมันมะพร้าว
อังคาร ที่ 16 เดือน กุมภาพันธ์ พ.ศ.2553

น้ำมันมะพร้าวเป็นน้ำมันพืชที่มีองค์ประกอบที่แตกต่างไปจากน้ำมันพืชชนิดอื่น ที่เสริมให้น้ำมันมะพร้าวเป็นน้ำมันที่ดีที่สุดสำหรับสุขภาพและความงามของผู้บริโภค   

Virgin Coconut Oil … 100 % pure

 

ภาพจาก :   rakbankerd.com

 1. มีกรดไขมันอิ่มตัว น้ำมันมะพร้าวประกอบด้วยกรดไขมันที่อิ่มตัวโดยที่พันธะ (bond) ที่จับกันระหว่างอะตอมของคาร์บอนเป็นพันธะเดี่ยว (single bond)  ทำให้มีความเสถียรหรืออยู่ตัว (stability) สูงจึงไม่ถูกอะตอมของไฮโดรเจน (hydrogenation ) และออกซิเจน (oxidation ) เข้าไปแทรกได้ง่ายๆ และไม่มีกลิ่นหืนเหมือนน้ำมันไม่อิ่มตัว
 
2. เป็นกรดไขมันขนาดกลาง (C8 – C14)

2.1 เปลี่ยนเป็นพลังงานได้อย่างรวดเร็ว เมื่อเราบริโภคไขมันที่มีโมเลกุลขนาดกลางเข้าไปมันจะผ่านจากกระเพาะอาหารไปยังลำไส้ แล้วเปลี่ยนเป็นพลังงานที่ตับอย่างรวดเร็ว (ภายใน 1 ชั่วโมง) ทำให้ไม่มีไขมันเหลือสะสมในร่างกาย

2.2 เพิ่มอัตราเมตาบอลิซึม น้ำมันมะพร้าวเร่งอัตราการเผาผลาญอาหารให้เป็นพลังงาน หรือเมตาบอลิซึม (metabolism) จากการเกิดความร้อนสูง (thermogenesis) ไปกระตุ้นต่อมไทรอยด์ให้ทำงานเร็วขึ้น ความต้องการใช้พลังงาน จะทำให้เป็นคนกระฉับกระเฉง (active) และไม่อ้วน เพราะน้ำมันถูกเผาผลาญเป็นพลังงานหมดไม่สะสมเป็นไขมันในร่างกาย

2.3 ช่วยลดน้ำหนัก การเกิดความร้อนสูงในร่างกาย มีผลให้เกิดการนำไขมันที่ร่างกายสะสมไว้ในส่วนต่างๆ มาใช้เป็นพลังงาน ดังคำที่ว่า “Eat Fat – Look Thin”

 

3. มีกรดลอริกและโมโนลอริก น้ำมันมะพร้าวเป็นน้ำมันจากพืชชนิดเดียวในโลกที่มีกรดลอริก อยู่ในปริมาณมากถึง 48–53%
3.1  สร้างภูมิคุ้มกัน กรดลอริกจะถูกเปลี่ยนเป็นโมโนกลีเซอไรด์ (monoglyceride) ที่มีชื่อว่า โมโนลอริน (monolaurin) ซึ่งเป็นสารตัวเดียวกับที่อยู่ในน้ำนมมารดา ช่วยสร้างภูมิคุ้มกันให้กับทารกในระยะ 6 เดือนแรก นอกจากนี้น้ำมันมะพร้าวยังมีกรดคาปริก (capric acid)  ที่ช่วยเสริมประสิทธิ ภาพของ กรดลอริกอยู่  6-7 %
3.2 ฆ่าเชื้อโรค โมโนลอรินที่เกิดจากการบริโภคกรดลอริก เป็นสารปฏิชีวนะที่ทำลายเชื้อโรคทุกชนิดได้ดีกว่ายาปฏิชีวนะที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน สามารถฆ่าเชื้อแบคทีเรีย เชื้อรา ยีสต์ โปรโตซัว และไวรัส เกราะที่เป็นไขมันห่อหุ้ม (lipid-coated membrane)  ไวรัสบางชนิดจะถูกละลายโดยน้ำมันมะพร้าวเพื่อเปิดโอกาสให้โมโนลอรินเข้าไปฆ่าเชื้อ แต่ไม่เป็นอันตรายต่อแบคทีเรียที่เป็นประโยชน์ในลำไส้

 

4.  เพิ่มพลังฆ่าเชื้อด้วยโมโนคาปริน เมื่อน้ำมันมะพร้าวถูกบริโภคเข้าไปในร่างกาย กรดคาปริก (capric acid)  จะถูกเปลี่ยนเป็นสารโมโนคาปริน (monocaprin) ซึ่งมีฤทธิ์เช่นเดียวกันกับโมโนลอริน

 

5.  วิตามินอี น้ำมันมะพร้าวพรหมจรรย์ ที่สกัดโดยวิธีหมัก หรือวิธีบีบเย็นไม่ใช้อุณหภูมิสูง ไม่ผ่านขบวนการทางเคมี จะยังคงมีวิตามินอีอยู่ ต่างจากวิธีการผ่านความร้อนที่จะไม่มีวิตามินอีเหลืออยู่
5.1 ฤทธิ์ต่อต้านอนุมูลอิสระ วิตามินอี ทำหน้าที่เป็นสารต่อต้านอนุมูลอิสระ (antioxidant) ด้วยการป้องกันเซลล์ไม่ให้ถูกเติมออกซิเจน และเป็นตัวทำลายอนุมูลอิสระ (free radicals) ซึ่งเกิดจากมลพิษในสิ่งแวดล้อม อาหารและเครื่องดื่ม การสูบบุหรี่ รังสี ความเครียด ฯลฯ ช่วยชดเชยความสามารถของร่างกายที่อาจด้อยไป เพราะการบริโภคน้ำมันพืชชนิดไม่อิ่มตัว ทำให้เกิดการเติมออกซิเจน (oxidized) ที่ร่างกายไม่ต้องการ ได้ง่ายๆ ตั้งแต่เริ่มสกัด ตลอดจนระหว่างการขนส่ง การวางจำหน่ายและการเก็บรักษา ทำให้เกิดปฏิกิริยาทางเคมีที่เป็นผลเสียแก่เซลล์และเนื้อเยื่อ  จนอาจทำให้เซลล์ผิดปกติไป เช่น เยื่อบุเซลล์ฉีกขาด เปลี่ยนสารพันธุกรรมใน นิวเครียส เกิดการกลายพันธุ์ ทำให้เกิดโรคที่เกี่ยวกับความเสื่อม (degenerative diseases) เช่น โรคหัวใจ มะเร็ง ไขข้ออักเสบ เบาหวาน โรคภูมิแพ้ ชราภาพก่อนวัยเป็นต้น
5.2 สารโทโคไทรอีนอล (tocotrienol) เป็นสารที่มีอานุภาพสูงกว่าสารโทโคเฟอรอล (tocopherol) ซึ่งอยู่ในวิตามินอีทั่วไปและนำไปใช้ในเครื่อง สำอางรักษาผิวถึง 40-60 เท่า

วิธีใช้ / รับประทาน


1.        รับประทานวันละ 3-4 ช้อนโต๊ะ

2.        ผสมน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น 3-4 หยดในเครื่องดื่ม เช่น ชา กาแฟ โกโก้ นม ฯลฯ

3.        ใช้ปรุงอาหาร เติมในอาหาร หรือใช้ในการผัด ทอด แทนน้ำมันพืชชนิดไขมันไม่อิ่มตัว

4.        เหยาะในน้ำแช่ผักผักลวกจิ้มเพื่อคงความเขียวสดชื่นน่ารับประทาน

 

บำรุงผิวพรรณ

1.ทาใบหน้า แขน ขา ข้อศอก ข้อพับ หรือทั่วเรือนร่างแทนโลชั่นบำรุงผิวหลังอาบน้ำ เพื่อคงความชุ่มชื้นปรับสภาพผิวให้มีน้ำมีนวล

2. ชุบสำลี เช็ดใบหน้าเพื่อล้างเครื่องสำอางออก

3. ลูบไล้น้ำมัน 1 หยดบนริมฝีปากเพิ่มความชุ่มชื้น ร่วมกับการดื่มน้ำมากๆ

4. ชโลมตัวก่อนออกแดด ป้องกันมะเร็งผิวหนัง

 

บำรุงเส้นผม

1.ชโลมน้ำมันมะพร้าวลงบนเส้นผมก่อนสระ ½ ชั่วโมง แล้วล้างออก เส้นผมจะนุ่มสลวยดกดำเป็นเงางาม

ประโยชน์ของ Virgin Coconut Oil

ด้านสุขภาพ
ด้านความงาม
 
ด้านสุขภาพ
 
1. การรักษาสุขภาพให้แข็งแรง ช่วยให้ร่างกายย่อยและดูดซึมวิตามิน เกลือแร่ และกรดอะมิโนได้เร็วและง่ายกว่าน้ำมันชนิดอื่น  นิยมใช้ในการหุงต้มอาหารให้คนไข้ที่มีปัญหาการย่อยไขมัน และยังใช้ผสมในน้ำนม เพื่อให้ไขมันที่จำเป็นแก่เด็กทารก และช่วยในการดูดซึมแคลเซียม และแมกนีเซียม ซึ่งจำเป็นสำหรับการพัฒนากระดูก
 

2. ลดอัตราการเกิดโรคไม่ติดเชื้อ

2.1 โรคหัวใจ : น้ำมันมะพร้าวมีคอเลสเตอรอลน้อยกว่าน้ำมันอื่นๆ ปราศจาก trans fatty acids ซึ่งเป็นตัวการทำให้เกิดลิ่มเลือด ที่ไปอุดตันหลอดเลือด และยังมีวิตามินอีที่ช่วยขยายหลอดเลือดและป้องกันการแข็งตัวของเลือดที่เป็นสาเหตุของโรคหัวใจ นักโภชนาการสมัยใหม่จึงสรุปว่า น้ำมันมะพร้าวช่วยทำให้หัวใจมีสุขภาพดี เพราะเป็นหนึ่งในสองชนิดของน้ำมันบริโภค ซึ่งช่วยลดความหนืด (stickiness) ของเลือดที่เป็นสาเหตุของโรคหัวใจ

2.2 โรคมะเร็ง : เนื่องจากน้ำมันมะพร้าว

(1) เป็นน้ำมันชนิดอิ่มตัวจึงไม่ถูกเติมไฮโดรเจน (hydrogenate) และแตกตัวเมื่อถูกกับอุณหภูมิสูง

(2) มีวิตามินอีช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระที่เป็นสาเหตุของการกลายพันธุ์ของยีนที่เป็นสาเหตุหนึ่งของการเกิดเซลล์มะเร็ง รวมถึงมะเร็งที่ผิวหนังด้วย มีสรรพคุณดีกว่ายาทากันแดดราคาแพง

2.3 โรคอ้วน : การบริโภคน้ำมันมะพร้าวจะช่วยทำให้ร่างกายเกิดความร้อนสูง (ในขบวนการ thermogenesis) ทำให้ร่างกายมีอัตราการเผาผลาญอาหาร หรือเมตาบอลิซึม (metabolism) สูงเกิดเป็นพลังงานสำหรับใช้ในการดำรงชีวิต และยังช่วยทำลายไขมันที่ร่างกายสะสมอยู่ไปใช้เป็นพลังงาน จึงไม่อ้วน
2.4 โรคเบาหวาน : ผลพลอยได้ของการเพิ่มอัตราการเผาผลาญอาหารให้เป็นพลังงานจากการบริโภคน้ำมันมะพร้าวทำให้ร่างกายไม่สะสมน้ำตาลด้วย เพราะถูกใช้ไปเป็นพลังงานหมด อีกทั้งยังไม่ทำให้ผู้ป่วยอยากรับประทานอาหารที่เป็นแป้งหรือน้ำตาล จึงช่วยลดอัตราการเกิดโรคเบาหวานไปได้โดยปริยาย

2.5 โรคปวดเมื่อย โรคชราภาพก่อนวัย โรคมะเร็งผิวหนัง และโรคกระดูก : น้ำมันมะพร้าวเป็นน้ำมันที่ถูกดูดซึมเข้าทางผิวหนังได้ดี เพราะมีขนาดของโมเลกุลเล็กจึงนิยมใช้นวดตัวให้หายปวดเมื่อย และผ่อนคลายความเครียด อีกทั้งยังปกป้องการทำลายของแสงอัลตราไวโอเลตที่ทำให้ผิวหนังเหี่ยวย่นแก่ก่อนวัย และเป็นมะเร็งผิวหนัง ช่วยเสริมสร้างพัฒนาการของกระดูกให้แข็งแรง แพทย์แผนไทยจึงนิยมนำน้ำมันมะพร้าว มาประกอบเป็นสูตรยาแผนโบราณในการรักษาโรคที่เกี่ยวกับกระดูก อันเนื่องมาจากการประสบอุบัติเหตุ

 

3. ช่วยให้ร่างกายปลอดจากโรคติดเชื้อ

กรดลอริกในน้ำมันมะพร้าว มีภูมิคุ้มกันเช่นเดียวกับสาร cholostum ในน้ำนมมารดา  ซึ่งเมื่อเข้าไปในร่างกายก็เปลี่ยนไปเป็นสารโมโนลอริน ซึ่งมีคุณสมบัติเป็นสารปฏิชีวนะนั่นเอง ปัจจุบันวงการแพทย์สมัยใหม่ได้แนะนำให้ประชาชนกินยาเม็ดที่มีโมโนลอรินเพื่อเพิ่มภูมิคุ้มกันโรค

 

4. การรักษาโรค

ตำราอายุรเวทของอินเดียใช้น้ำมันมะพร้าวรักษาโรคมาไม่ต่ำกว่า 4,000 ปี แพทย์แผนไทยใช้น้ำมันมะพร้าวรักษาโรคทั้งภายในและภายนอก เช่น ในตำราพระโอสถพระนารายณ์ ตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาได้ใช้น้ำมันมะพร้าวเป็นยานวดแก้ปวดเมื่อย

 

เพิ่งจะรู้เหมือนกันว่ามะพร้าวบ้านเรามีคุณค่ามหาศาล



เข้าชม : 3491
นำเสนอโดย : วัฒนา ตรงเที่ยง
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเพชรบุรี เขต 2
สพป.พบ.2
อยู่ในขั้น : เจ้ายุทธภพ

แชร์ไปที่ Facebook

  หมวดหมู่ สุขศึกษาและพลศึกษา ล่าสุด
รายงานผลการสร้างและการใช้บทเรียนสำเร็จรูป ชุด เพศศึกษา กลุ่มสาระการเรียนรู้ สุขศึกษาและพลศึกษา ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1
โดย : [เข้าชม : 26687 ]
ไข้เลือดออก
โดย : [เข้าชม : 32882 ]
Excel สำหรับคิดทีเฉลี่ย
โดย : [เข้าชม : 33096 ]
การหาคะแนนทีเฉลี่ย ตอนที่ 2 (จบ)
โดย : [เข้าชม : 34059 ]
การหาคะแนนทีเฉลี่ย ตอนที่ 1
โดย : [เข้าชม : 74876 ]
คลิปคลายเครียด
โดย : [เข้าชม : 29918 ]
น้ำมะเขือเทศเข้มข้นป้องกันมะเร็งต่อมลูกหมาก
โดย : [เข้าชม : 22115 ]
เผยแพร่ผลงานการวิจัย
โดย : [เข้าชม : 18104 ]
เผยแพร่ผลงานทางวิชาการ
โดย : [เข้าชม : 14998 ]
การพัฒนาแผนการเรียนรู้โดยใช้บทเรียนสำเร็จรูปประกอบภาพการ์ตูน
โดย : [เข้าชม : 14475 ]
 10 บทความ Text Random
นางสงกรานต์ ปี ๒๕๕๗
16 รายการในร่างกายที่อาจจะยังไม่รู้
ของขวัญของแม่...
พระพุทธศาสนากับพระเจ้าอยู่หัว
“การอ่านพัฒนาชีวิต พัฒนาสังคม”
บทคัดย่อ การพัฒนาหลักสูตรสาระการเรียนรู้ท้องถิ่น วิชา การทำนาดำข้าวหอมมะลิอินทรีย์
บทคัดย่อ การพัฒนาครูด้วยระบบออนไลน์ ในการเตรียมความพร้อมสู่ประชาคมอาเซียน
บทคัดย่อ เรื่อง ผลการศึกษาและพัฒนาแบบฝึกเสริมทักษะคณิตศาสตร์ เรื่อง เวลา ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2
บทคัดย่อ เรื่องการพัฒนาทักษะกระบวนการแก้ปัญหา
บทคัดย่อ เรื่องการศึกษาคุณธรรมในการทำงานร่วมกันอย่างมีคุณธรรม
 
     "สหวิชา ดอท คอม" เป็นแหล่งรวมเนื้อหาความรู้ต่าง ๆ บอกเล่าประสบการณ์เกี่ยวกับเนื้อหา และการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนจากครูทั่วประเทศ นำมาแลกเปลี่ยนในเว็บไซต์แห่งนี้ ซึ่งเนื้อหาทั้งหมดได้ถูกกลั่นกลรองมาจากความรู้ ประสบการณ์ในการทำงานของทีมงานทุกคน...ดังนั้น ทุกเรื่องราว ทุกเนื้อหาสาระจึงเป็นลิขสิทธิ์ของผู้เขียนและสำนักเทคโนโลยีเพื่อการเรียนการสอน สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ หากบุคคลใดที่มีความประสงค์จะนำเนื้อหาเรื่องราวใด ๆ ในเว็บไซต์แห่งนี้ไปนำเสนอในรูปแบบใด ๆ จึงควรที่จะอ้างอิงและให้เครดิตกับ "สหวิชา ดอท คอม" เพื่อเป็นการสนับสนุนและเป็นกำลังใจในการทำงานแก่ทีมงานทุกคนที่เพียรค้นคว้าหาความรู้มานำเสนอ ขอขอบคุณผู้ที่ให้ความสนใจทุกท่านที่เล็งเห็นความสำคัญในสาระการเรียนรู้ต่าง ๆ ...เราขอน้อมรับทุกคำติชมและจะนำไปพัฒนาปรับปรุงในการทำงานให้ดียิ่งขึ้น ขอขอบคุณ Maxsite 1.10 CMS ที่พัฒนาโดยคนไทย ขอขอบคุณทุก ๆ คลิกที่แวะมาเยี่ยมชมเรา "สหวิชา ดอท คอม"

| เกี่ยวกับสหวิชา.คอม | สาระการเรียนรู้ | บทความ | สื่อการเรียนการสอน | แบบฝึกทักษะ | เล่าสู่กันฟัง | คำถามยอดนิยม | Links น่ารู้ | ทีมงานสหวิชา.คอม | ติดต่อเรา |