[x] ปิดหน้าต่างนี้
ก้าวทุกวินาที กับ... สหวิชา ดอท คอม
ชื่อผู้ใช้ :
รหัสผ่าน :
   
   
หมวดหมู่ : ภาษาไทย
ทำไมจึงต้องเป็นหลักสูตรเทียบเคียงมาตรฐานสากล
อาทิตย์ ที่ 18 เดือน กรกฏาคม พ.ศ.2553

..   

ทำไมจึงต้องใช้หลักสูตรเทียบเคียงมาตรฐานสากล


                 หลาย ๆ ท่านอาจจะสงสัยว่าทำไมตอนนี้หลาย ๆ โรงเรียนต้องเข้าร่วมใช้หลักสูตรเทียบเคียงมาตรฐานสากลผู้เขียนเองก็เคยรู้สึกรำคาญเหมือนกันที่หลักสูตรเปลี่ยนบ่อยมากในระยะนี้  โรงเรียนที่ผู้เขียนทำงานอยู่ในปีนี้มีหลักสูตรใช้ถึง 3  หลักสูตรได้แก่
              1. หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช  2544  ใช้กับชั้น  ม.3  และ  ม.6
              2. หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช  2551  ใช้กับชั้น  ม.2  และ  ม.5
               3. หลักสูตรเทียบเคียงหลักสูตรมาตรฐานสากล  2553   ใช้กับชั้น  ม.1  และ  ม.4
              แต่พอได้ไปรับฟังรับรู้ความจำเป็นที่ต้องใช้หลักสูตรมาตรฐานสากล  ก็หวั่นใจเหลือเกินว่า  ประเทสเราจะทันนานาอารยะประเทศเขาหรือไม่ห่วงคนรุ่นลูกรุ่นหลานจริง ๆ ว่าจะอยู่ในสังคมโลกาภิวัฒน์นี้ได้หรือไม่
             ผู้เขียนขอยืมคำของวิทยากรมาเล่าต่อนะคะว่า  ทำไมต้องมาใช้หลักสูตรเทียบเคียงมาตรฐานสากลเนื่องจากในปัจจุบันสังคมโลกเข้าสู่ยุค “โลกไร้พรมแดน” และยุคแห่งการแข่งขันทางเศรษฐกิจและอำนาจการต่อรอง จะเห็นได้จาก การรวมตัวของประชาคมโลก เพื่อต่อรองฐานอำนาจทางเศรษฐกิจอย่างประเทศอภิมหาอำนาจอย่างอเมริกา 
            ดังนั้นทำอย่างไรไทยเราจะผลิตประชากรเข้าเป็น “พลเมืองโลก”ในศตวรรษที่ ๒๑  ได้อย่างสมบูรณ์  และในปี พ.ศ. ๒๕๕๙  ไทยจะต้องเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจอาเซียน เด็กไทยจะยืนอยู่จุดใดในสังคมอาเซียน ดังนั้นไทยจึงมีความจำเป็นที่ต้องพัฒนาหลักสูตรให้เทียบเคียงหลักสูตรมาตรฐานสากล
 อนึ่งองค์กรยูเนสโกได้ปฏิรูปการศึกษาระดับโลก  โดยแบ่งเป็นยุค ๆ  ดังนี้
                ๑. ยุค ๑๙๙๐-๑๙๙๕   การศึกษาเพื่อปวงชน (Education for All)
                ๒. ยุค ๑๙๙๖-๒๐๐๓  สังคมฐานเศรษฐกิจ ( Economy Based Society)
                ๓. ยุค ๒๐๐๓-๒๐๑๒  ทศวรรษแห่งการเรียนรู้และส่งเสริมการอ่านหนังสือ
                ๔. ยุค ๒๐๐๕-๒๐๑๔ ทศวรรษว่าด้วยการศึกษาเพื่อพัฒนาแบบยั่งยืน (Sustainable Development) ใช้การศึกษายุคใหม่บูรณาการกับสังคมเพื่อพัฒนาแบบยั่งยืน

เป้าหมายการจัดการศึกษา


         ๑.  Learn to know  หมายถึงเพื่อรู้ทุกสิ่งทุกอย่าง อันจะเป็นประโยชน์ต่อไปได้แก่การแสวงหาให้ได้มาซึ่งความรู้ที่ต้องการ ต่อยอดความรู้ที่มีอยู่ และรวมทั้งการสร้างความรู้ขึ้นใหม่
          ๒. Learn to do หมายถึงการลงมือทำ หรือ การประกอบอาชีพจากความรู้ที่ได้ได้รับจากการศึกษามา รวมทั้งเพื่อประกอบอาชีพในการสร้างประโยชน์ให้สังคม
          ๓.  Learn to be  หมายถึงการรู้จักตัวเองอย่างถ่องแท้เป็นตัวของตัวเองและ พัฒนาศักยภาพให้เต็มศักยภาพหรือพัฒนาตนให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์เพราะทุกคนยังสามารถที่จะดึงความรู้ ความสามารถออกมาใช้ประโยชน์ได้อีกถ้าได้รับการส่งเสริมกระตุ้นเพียงพอ
         ๔. Learn to live together หมายถึงการดำเนินชีวิตร่วมกับคนอื่น ได้อย่างมีความสุข ทั้งในการดำเนินชีวิต ในชีวิตครอบครัว และชีวิตการทำงาน

การจัดอันดับคุณภาพทางการศึกษา ของ IMD  (จาก ๕๕ ประเทศ)
                ในปี ๒๕๕๑ IMD ได้จัดอันดับรวม ๕๕ ประเทศ ประเทศไทยมีดัชนีด้านสมรรถนะภาพรวมการศึกษาได้อันดับที่ ๔๓ และอันดับของดัชนีย่อยด้านการศึกษาอยู่ในอันดับที่ต่ำกว่าเฉลี่ย ได้แก่
                - การใช้จ่ายด้านการศึกษาต่อ GDP (อันดับ ๔๙)
                - อัตราส่วนนักเรียนต่อครูทั้งในระดับประถมศึกษา (อันดับ ๔๔)
                 -       และระดับมัธยมศึกษา(อันดับ ๕๓) 
                -อัตราการเข้าเรียนระดับมัธยมศึกษา(อันดับ ๔๙)
                -ทักษะด้านภาษา(อันดับ ๔๗) และ
                 -อัตราการอ่านออกเขียนได้(อันดับ ๔๖)
                  ซึ่งสอดคล้องกับผลประเมินคุณภาพการศึกษาผลสัมฤทธิ์การศึกษาโดยรวมในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานได้คะแนนต่ำ การประเมินคุณภาพโรงเรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานทั่วประเทศ พบว่าโรงเรียนที่ไม่ได้มาตรฐานตามเกณฑ์ที่กำหนดมีถึงร้อยละ ๖๕
             ๑. ขีดความสามารถในการแข่งขันของ ประเทศและคุณภาพการศึกษา
             ๒. ผลสัมฤทธิ์การศึกษาโดยรวมในระดับการศึกษา ขั้นพื้นฐานได้คะแนนต่ำ สิ่งที่เป็นปัญหาของการศึกษาไทย

 

วัตถุประสงค์ โรงเรียนมาตรฐานสาก ล


             ๑. พัฒนาผู้เรียนให้มีศักยภาพเป็นพลโลก (WorldCitizen)
                         ผู้เรียนมีศักยภาพเป็นพลโลก
                                      เป็นเลิศวิชาการ
                                             สื่อสารสองภาษา
                                               ล้ำหน้าทางความคิด
                                                 ผลิตงานอย่างสร้างสรรค์
                                                     ร่วมกันรับผิดชอบสังคมโลก
หลักสูตรความเป็นสากล ( สาระที่ต้องเพิ่มความเป็นสากล)
                    ๑. Theory of Knowledge  ทฤษฎีการเรียนรู้
                   ๒. Extended essay  การเขียนความเรียงขั้นสูง
                    ๓. CAS (Creativity, action services )  กิจกรรมสร้างสรรค์ประโยชน์
                   ๔. Global Education  โลกศึกษา

                             "นี่แหละคือที่มาของหลักสูตรเทียบเคียงมาตรฐานสากลเขาหละ"

แหล่งอ้างอิง  www.worldclassschoolthai.net    



เข้าชม : 4370
นำเสนอโดย : ณัฏฐ์ชรินท์ ตลอดพงษ์
โรงเรียนมัธยมตระการพืชผล
สพม.อุบลราชธานี -อำนาจเจริญ เขต 29
อยู่ในขั้น : เจ้ายุทธภพ

แชร์ไปที่ Facebook

  หมวดหมู่ ภาษาไทย ล่าสุด
ตอนที่ ๔๐ ชาวอาเซียนรู้รัก รู้จักสามัคคี รู้หน้าที่พลเมือง
โดย : [เข้าชม : 5422 ]
ตอนที่ ๓๙ แหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมของประเทศสมาชิกอาเซียน
โดย : [เข้าชม : 5317 ]
ตอนที่ ๓๘ สุดยอดแหล่งท่องเที่ยวของประชาคมอาเซียน (ต่อ)
โดย : [เข้าชม : 5281 ]
ตอนที่ ๓๗ สุดยอดแหล่งท่องเที่ยวของประชาคมอาเซียน (ต่อจากตอนที่แล้ว)
โดย : [เข้าชม : 5263 ]
ตอนที่ ๓๖ สุดยอดแหล่งท่องเที่ยวของประชาคมอาเซียน
โดย : [เข้าชม : 5231 ]
ตอนที่ ๓๕ข้อเสียเปรียบของแต่ละประเทศในประชาคมอาเซียน
โดย : [เข้าชม : 5266 ]
ตอนที่ ๓๔ ข้อได้เปรียบของแต่ละประเทศในประชาคมอาเซียน (ต่อ)
โดย : [เข้าชม : 5279 ]
ตอนที่ ๓๓ ข้อได้เปรียบของแต่ละประเทศในประชาคมอาเซียน
โดย : [เข้าชม : 5284 ]
ตอนที่ ๓๒ ข้อห้ามของประเทศอาเซียนที่ควรรู้
โดย : [เข้าชม : 5150 ]
ตอนที่ ๓๑ ความแตกต่างของชาวอาเซียนที่คนไทยควรระมัดระวัง
โดย : [เข้าชม : 5109 ]
 10 บทความ Text Random
การจัดการเรียนการสอนสาระทฤษฎีความรู้
ทำตาม “ ป๊อบอาย”
การวัดปริมาณน้ำฝนด้วยเครื่องมือที่ทันสมัย
ผะหญาอีสานชุดที่ 9
ผะหญาอีสานชุดที่ 10
ผะหญาอีสานชุดที่ 11
ผะหญาอีสานชุดที่ 12
ประโยชน์ของการเต้นฮูลาฮูป
การปลูกพืชด้วยระบบไฮโดรโปนิกส์ ( Hydroponics)
Livable City
 
     "สหวิชา ดอท คอม" เป็นแหล่งรวมเนื้อหาความรู้ต่าง ๆ บอกเล่าประสบการณ์เกี่ยวกับเนื้อหา และการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนจากครูทั่วประเทศ นำมาแลกเปลี่ยนในเว็บไซต์แห่งนี้ ซึ่งเนื้อหาทั้งหมดได้ถูกกลั่นกลรองมาจากความรู้ ประสบการณ์ในการทำงานของทีมงานทุกคน...ดังนั้น ทุกเรื่องราว ทุกเนื้อหาสาระจึงเป็นลิขสิทธิ์ของผู้เขียนและสำนักเทคโนโลยีเพื่อการเรียนการสอน สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ หากบุคคลใดที่มีความประสงค์จะนำเนื้อหาเรื่องราวใด ๆ ในเว็บไซต์แห่งนี้ไปนำเสนอในรูปแบบใด ๆ จึงควรที่จะอ้างอิงและให้เครดิตกับ "สหวิชา ดอท คอม" เพื่อเป็นการสนับสนุนและเป็นกำลังใจในการทำงานแก่ทีมงานทุกคนที่เพียรค้นคว้าหาความรู้มานำเสนอ ขอขอบคุณผู้ที่ให้ความสนใจทุกท่านที่เล็งเห็นความสำคัญในสาระการเรียนรู้ต่าง ๆ ...เราขอน้อมรับทุกคำติชมและจะนำไปพัฒนาปรับปรุงในการทำงานให้ดียิ่งขึ้น ขอขอบคุณ Maxsite 1.10 CMS ที่พัฒนาโดยคนไทย ขอขอบคุณทุก ๆ คลิกที่แวะมาเยี่ยมชมเรา "สหวิชา ดอท คอม"

| เกี่ยวกับสหวิชา.คอม | สาระการเรียนรู้ | บทความ | สื่อการเรียนการสอน | แบบฝึกทักษะ | เล่าสู่กันฟัง | คำถามยอดนิยม | Links น่ารู้ | ทีมงานสหวิชา.คอม | ติดต่อเรา |