[x] ปิดหน้าต่างนี้
ก้าวทุกวินาที กับ... สหวิชา ดอท คอม
ชื่อผู้ใช้ :
รหัสผ่าน :
   
   
หมวดหมู่ : กลุ่มสาระคณิตศาสตร์
ฉีดโบท็อกซ์อาจขาดมิตร มีใบหน้าเย็นชา ไม่อาจ แสดงความรู้สึกต่างๆ
พฤหัสบดี ที่ 15 เดือน เมษายน พ.ศ.2553

จิตแพทย์บอกเตือนว่า การฉีดโบท็อกซ์ เพื่อลบรอยตีนกาบนใบหน้า จะทำให้กลายเป็นผู้ที่มีใบหน้าเย็นชา ไม่อาจแสดงความรู้สึกออกมาได้หมดทุกอย่าง เป็นตัวกีดขวางความสัมพันธ์กับผู้คนต่างๆได้   

ฉีดโบท็อกซ์อาจขาดมิตร มีใบหน้าเย็นชา ไม่อาจ แสดงความรู้สึกต่างๆ

 

จิตแพทย์บอกเตือนว่า   การฉีดโบท็อกซ์ เพื่อลบรอยตีนกาบนใบหน้า   จะทำให้กลายเป็นผู้ที่มีใบหน้าเย็นชา   ไม่อาจแสดงความรู้สึกออกมาได้หมดทุกอย่าง   เป็นตัวกีดขวางความสัมพันธ์กับผู้คนต่างๆได้
แม้การฉีดโบท็อกซ์ทำให้รอยยับย่นถูกดึงจนหน้าตึงก็จริง   แต่ตึงแบบแข็งกระด้าง   ใบหน้าเย็นชาเหมือนคนที่ไม่รู้จักโกรธ   เกลียด   เศร้าใจ   ดีใจ   เพราะไม่สามารถแสดงความรู้สึกโดยครบถ้วนได้ เหมือนกับลงแป้งเปียกขึงหน้าไว้
จิตแพทย์เดวิด ฮาวาส มหา-วิทยาลัยวิสคอนซิน-เมดิสัน  ของสหรัฐฯ ได้ทดสอบกับอาสาสมัคร 40 คน ทั้งตอนก่อนการฉีดและหลังการฉีด ปรากฏว่า หลังจากถูกฉีด   พวกเขาต้องใช้เวลาในการแสดงความรู้สึกนานกว่ากันอย่างสังเกตได้
หมอเดวิดกล่าวแจ้งว่า "การโดนถูกไม่ให้แสดงความรู้สึกออกมา ได้ไปบั่นทอนประสบการณ์ของการแสดงความรู้สึกให้น้อยลง ปกติสีหน้าคนเราจะไม่เรียบเฉย จะแสดงความรู้สึกตอบกับความเข้าใจในคำพูด
ต่างๆ เพียงแต่ถ้าใครแสดงความรู้สึกช้าไป ก็ยังอาจถูกหาว่าไม่สนใจและขาดมีอารมณ์ ร่วมได้".

โบท็อกซ์ คืออะไร?
         "โบท็อกซ์" (Botox) เป็นชื่อทางการค้า (trade name) ของสาร โบทูลินั่ม ท็อกซิน เอ (Botulinum toxin A) ซึ่งเป็นโปรตีน ชนิดหนึ่ง ที่สร้างจาก แบคทีเรีย ชื่อ คลอสตริเดียม โบทูลินั่ม (Clostridium botulinum) ที่ก่อให้เกิดโรคอาหารเป็นพิษแก่มนุษย์ หากได้รับในปริมาณมากๆ เช่น จากอาหารกระป๋องที่ปนเปื้อนด้วยเชื้อตัวนี้ก็อาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้  จากการที่กล้ามเนื้อกระบังลมไม่ทำงาน  ผู้ป่วยจึงหยุดหายใจ 

 โบทูลินั่ม ท็อกซิน ออกฤทธิ์ อย่างไร?
         โบทูลินั่ม ท็อกซิน ออกฤทธิ์โดยการไปจับกับส่วนปลายของเซลล์ประสาท ทำให้เซลล์ประสาท ไม่สามารถหลั่งสารสื่อประสาทได้ กล้ามเนื้อจึงคลายตัว หรือ อีกนัยหนึ่งก็คือ เกิด อัมพาตของกล้ามเนื้อเล็กๆนั้น  โดยจะเริ่มออกฤทธิ์ภายใน 2-3 วัน และเห็นผลสูงสุดในเวลาประมาณ 7– 14 วัน 

 แล้วแพทย์เอา "สารพิษ" นี้มาใช้ทำไม?
         แพทย์ทราบมานานหลายสิบปีแล้วว่าหากฉีดเข้าไปในกล้ามเนื้อในปริมาณน้อยๆ โบทูลินั่ม ท็อกซินจะทำให้กล้ามเนื้อ "คลายตัว" ดังนั้นในยุคแรกๆ จักษุแพทย์จึงนำโบทูลินั่ม ท็อกซิน มาฉีดรักษาโรคตาเหล่  ตาเข และโดยบังเอิญจากการฉีดรักษาในบริเวณรอบดวงตานี้เอง ก็ทำให้แพทย์พบว่าริ้วรอยบริเวณใบหน้า โดยเฉพาะบริเวณหน้าผากหว่างคิ้วและรอบดวงตาดีขึ้นด้วย
         ในยุคต่อมาจึงมีการฉีด โบทูลินั่ม ท็อกซิน เพื่อประโยชน์ในด้านความสวยงามตามมาอย่างแพร่หลาย และมีเทคนิควิธีการที่ต่างๆ กันออกไป มีการนำมาฉีดเพื่อทำให้หน้าเรียวลง  ยกกระชับผิวหนัง ลดเหงื่อบริเวณรักแร้ ฝ่ามือ ตลอดจนรักษาอาการปวดศีรษะ ปวดเกร็งต้นคอ และอีกหลายกรณี ในประเทศสหรัฐอเมริกาประเทศเดียวมีการฉีดกันเป็น ล้านๆครั้ง ต่อปี

 ผลของการฉีด โบทูลินั่ม ท็อกซิน อยู่นานเท่าใด?
         โดยทั่วไปผลของการฉีดจะอยู่ได้นานประมาณ 3-8 เดือน ทั้งนี้ขึ้นกับว่าฉีดรักษาอาการอะไร ฉีดบริเวณใด  ฉีดเป็นครั้งแรกหรือเป็นการฉีดซ้ำ  ผู้รับการรักษาอายุเท่าใด ซึ่งการที่ผลการรักษาอยู่ไม่ถาวรนั้น ที่จริงอาจนับได้ว่าเป็นข้อดี เพราะหากผลที่ได้รับไม่เป็นที่น่าพอใจ ในที่สุดก็จะค่อยๆ หายไปเองได้ ข้อเสียก็คือสิ้นเปลือง เพราะหากได้ผลดี  ถูกใจก็ต้องฉีดซ้ำเรื่อยๆ

 โบท็อกซ์ อันตรายหรือไม่
         จากการรวบรวมผู้ป่วยที่ได้รับการฉีด โบทูลินั่ม ท็อกซิน จำนวนมาก ในต่างประเทศ พบว่าไม่มีอันตรายถึงชีวิต  เมื่อใช้โดยผู้เชี่ยวชาญและใช้ฉีดเพื่อความสวยงาม
         ผลข้างเคียงส่วนมากที่เกิดขึ้นมักเป็นแบบเฉพาะที่ เช่น หนังตาตก  กลืนอาหารลำบาก  หน้าไม่สมมาตร  หรือจุดเลือดออกในบริเวณที่ฉีด  ซึ่งเกิดได้แม้ในมือผู้เชี่ยวชาญ ดังนั้นแพทย์ และผู้ทำการรักษาจึงควรคุยกันโดยละเอียดก่อนการฉีดทุกครั้ง


สวยด้วยสารพิษ [Botox]

เร็วๆ นี้มีดาราท่านหนึ่งออกมาร้องเรียนผ่านหน้าหนังสือพิมพ์และโทรทัศน์ถึงประสบการณ์ร้ายเกี่ยวกับการฉีดยาโบท็อกซ์ ที่ทำให้หน้าดูหนุ่มกว่าวัย (แสดงว่าเดี๋ยวนี้ท่านชายก็ไม่แพ้สาวๆ ที่ให้ความสำคัญกับเรื่องใบหน้ามากพอๆ กัน) เหตุการณ์คร่าวๆ คือดาราชายท่านนั้นเห็นว่าเพื่อนมีสิทธิได้รับการฉีดยาด้วยโบท็อกซ์จากสถานพยาบาลแห่งนั้นฟรีๆ แต่ไม่ใช้สิทธิ์ตนจึงอาสาไปใช้สิทธิ์นั้นแทน โดยหวังจะให้รอยย่นที่หน้าผากหายไป แต่เหตุการณ์ไม่เป็นไปดังคาด เพราะภายหลังการฉีดยาไม่เพียงแต่รอยย่นที่หายไปและทำให้หน้าผากตึงขึ้น แต่กลับมีหนังตาช้างหนึ่งกลับหย่อนตกลงมา (ตาตก) ทำให้หนังตามาปิดการมองเห็น ส่งผลกระทบต่ออาชีพของนักแสดงท่านนั้น จึงออกมาเรียกร้องความรับผิดชอบจากแพทย์ผู้ให้การรักษาและสถานพยาบาลนั้น เรามาทำความเช้าใจกับเรื่องโบท็อกซ์ให้ดีกว่านี้ แล้ววจะทราบว่าการฉีดโบท็อกซ์ที่ถือว่าค่อนข้างปลอดภัยทำไมจึงมีปัญหาเกิดขึ้นได้อีก


โบท็อกช์คืออะไร?

"โบท็อกซ์" (Botox) เป็นชื่อการค้าของสารพิษที่เรียกว่า "โบทูลินั่ม ท็อกชิน เอ (Botulinum toxin type A)" ซึ่งเป็นโปรตีนที่สร้างจากแบคทีเรีย ชื่อ คลอสตริเดียม โบทูลินั่ม (Clostridium botu- แทนทา) โดยปกติแล้วโปรตีนนี้ถือเป็นสารพิษร้ายแรงที่ก่อให้เกิดโรคอาหารเป็นพิษ แก่มนุษย์ และนับได้ว่าสารนี้เป็นพิษที่ร้ายแรงที่สุดชนิดหนึ่งบนโลกมนุษย์ใบนี้ ซึ่งพบได้จากอาหารกระป๋องที่มีการปนเปื้อนเชื้อนี้ หากร่างกายมนุษย์ได้รับโปรตีนนี้เข้าไป จะทำให้เกิดอาการอ่อนแรงของกล้ามเนื้อต่างๆ และเมื่อได้รับในปริมาณมาก จะเกิดภาวะการหายใจล้มเหลวเพราะกล้ามเนื้อที่ใช้ในการหายใจหมดแรง (เป็นอัมพาต) ซึ่งหากไม่ได้รับการรักษาด้วยการช่วยหายใจ จะเสียชีวิตทุกรายเพราะสารพิษนี้ไม่มียาต้านโดยตรงในทางการแพทย์เมื่อพบว่าโปรตีนนี้มีผลทำให้กล้ามเนื้ออ่อนแรงได้ จึงทำการดัดแปลงและลดปริมาณสารพิษนื้ลงโดยการทำให้พิษอ่อนลงมาก เพียงเพื่อหวังผลให้กล้ามเนื้อที่ได้รับสารนี้เข้าไปเกิดอาการอ่อนแรงเฉพาะส่วน (กล้ามเนี้อคลายตัว) ซึ่งในทางเสริมสวยจะนำสารนี้มาฉีดตรงกล้ามเนื้อที่เกิดรอยย่นบริเวณใบหน้าและ ลำคอ เพื่อให้ผิวหนังปราศจากรอยย่นจากกล้ามเนื้อที่อยู่ข้างใต้และกลับมาดูเต่งตึงเหมือนหนุ่มสาว


การใช้โบท็อกซ์ในทางการแพทย์
เดิมทีนี้นแพทย์มักจะใช้สารพิษชนิดนื้มาทำให้กล้ามเนื้อบางมัดมีการคลายตัวเพื่อใช้รักษาโรค เช่น ในรายที่มีอาการตาเหล่ ตาเข (strabismus, crossed eyes) ทำให้ตาสองข้างไม่สามัคคีกัน เนื่องจากมีกล้ามเนื้อบางมัดทำงานมากกว่าบางมัด แต่ภายหลังการฉีดยานื้มีการสังเกตุว่ายาที่กระจายไปโดนกล้ามเนื้อรอบตาหรือหน้าผากจะทำให้กล้ามเนื้อมัดนั้นคลายตัวและ มีผลทำให้รอยย่นบนผิวหนังหายไปตามการคลายตัวของกล้ามเนื้อนั้นด้วย
นอกจากการรักษาตาเหล่ ตาเขแล้ว ผู้ที่มีอาการกล้ามเนื้อกระตุกอย่างรุนแรงที่ไม่สามารถควบคุมได้ด้วยวิธีการรักษาอื่นก็จะได้รับการฉีดยาตัวนื้เพื่อให้มีการคลายตัวของกล้ามเนื้อและลดอาการกระตุกลง


การใช้โบท็อกซ์ในการเสริมสวย
เมื่อนำสารพิษโบท็อกซ์ที่ได้จากการดัดแปลงนื้มาใช้ในปริมาณเพียง เล็กน้อยฉีดเข้ายังส่วนของกล้ามเนื้อเฉพาะที่จะมีผลทำให้กล้ามเนื้อคลายตัวและรอยย่นที่อยู่เหนือกล้ามเนื้อหายไป ทำให้ใบหน้าดูเต่งตึงและอ่อนเยาว์ลง (Face lift) ได้ภายใน 3-4 วันหลังได้รับยา แต่การเห็นผลชัดเจนอาจต้องรอนานถึง 10-14 วัน และจะมีฤทธิ์คงอยู่ได้นาน 4-6 เดือน และหากต้องการให้กลับมาเป็นเหมือนเดิมก็ต้องกลับมารับการฉีดยาใหม่อีก สิงที่ต้องระวังคือหากกล้ามเนื้อนั้นได้รับยาบ่อยๆ จะทำให้ลีบตัวในระยะยาวได้ ซึ่งหมายความว่า กล้ามเนื้อนั้นเป็นอัมพาตถาวรในอนาคต


เขาฉีดยากันที่ส่วนไหน
ตำแหน่งเป้าหมายของการฉีดโบท็อกซ์คือตำแหน่งที่ทำให้เกิดรอยย่นที่บอกถึงประสบการณ์ชีวิต โดยตำแหน่งยอดฮิตที่สุดคือ "ตีนกา" รอยย่นบริเวณหางตาสองข้างนั่นเอง ส่วนตำแหน่งอื่นๆ ได้แก่ หน้าผาก บริเวณระหว่าง หัวคิ้วสองข้าง (ขมวดคิ้ว) รอบดวงตา รอบ ปาก และรอยย่นตามลำคอ ส่วนรอยย่น บริเวณมุมปากนั้นมักไม่นิยมฉีดกันเนื่องจาก อาจเกิดผลข้างเคียงทำให้ไม่สามารถเคี้ยว อาหารได้ตามปกติ
นอกจากบริเวณดังกล่าวแล้วใน ปัจจุบันยังมีการฉีดยานี้ในส่วนอื่นของร่างกาย เช่น กล้ามเนื้อใบหน้าบริเวณมุมกราม เพื่อทำให้กล้ามเนื้อฝ่อลีบลงและทำให้หน้าดูเรียวขึ้น (ซึ่งต้องคำนึงถึงข้อเสียเรื่องการใช้ขากรรไกรในการเคี้ยวอาหาร) หรือ การฉีดยาบริเวณกล้ามเนื้อน่อง เพื่อให้กล้ามเนื้อลีบลงและขาดูเรียวขึ้นกว่าเดิม


ผลอันไม่พึงประสงค์จากการฉีดยา
แม้ว่าการฉีดยาโบท็อกซ์จะทำได้ง่ายรวดเร็ว โดยที่ผู้รับการฉีดไม่จำเป็นต้องนอนในโรงพยาบาลแต่อย่างใด ใช้เวลาเพียงแค่ไม่เกิน 10-15 นาทีทุกอย่าง ก็เรียบร้อย นอกจากอาการเจ็บปวดตรงตำแหน่งที่ฉีดยา หรือการติดเชื้อเนื่องจากการฉีดยาแล้ว ผลไม่เป็นไปตามที่ต้องการก็อาจเกิดขึ้นได้จากการฉีดยาผิดตำแหน่ง หรือการที่ยากระจายไปยังกล้ามเนื้อที่ไม่เกี่ยวข้อง ทำให้เกิดอาการอ่อนแรงของกล้ามเนื้อมัดนั้นขึ้นมาได้ ซึ่งในกรณีตัวอย่างที่เกิดกับ ดาราชาย ก็จากเหตุผลข้อนี้ คือแทนที่ยาจะอยู่เฉพาะตรงกล้ามเนื้อหน้าผาก แต่ยากลับไหลหรือกระจายไปโดนกล้ามเนื้อที่มีหน้าที่ในการยกหนังตาขึ้นส่งผลทำให้กล้ามเนื้อนี้เป็นอัมพาตและแสดงออกมาใน รูปแบบที่ไม่สามารถลืมตาข้างดังกล่าวขึ้นได้ (ด้วยเหตุนี้แพทย์มักจะแนะนำมิให้มีการนวดคลึงบริเวณที่ได้รับการฉีดยา หรือแม้แต่การขยี้ตาภายหลังการฉีดยา เพื่อป้องกันมิให้ยาแพร่กระจายไปนอกบริเวณที่ฉีดยา) และแม้แต่การฉีดยาที่ถูกตำแหน่งแต่หากผู้ที่ได้รับการฉีดตอบสนองต่อยามากกว่าปกติ ก็อาจทำให้เกิดผลอันไม่พึงประสงค์ขึ้นได้เช่นกัน นอกเหนือจากการที่ยากระจายไป นอกบริเวณที่แพทย์ต้องการดังกล่าวแล้ว ผลข้างเคียงอย่างอื่นที่อาจพบได้ภายหลังการฉีดยาหลายๆ ครั้ง เช่น คิ้วสองข้างมีลักษณะไม่สมมาตร คือคิ้วสองข้างผิดรูปไปไม่เหมือนกัน เพราะการคงอยู่ของฤทธิ์ยาที่อาจไม่เท่ากัน รวมทั้งการที่กล้ามเนื้อฝ่อตัวลงไม่เท่ากัน เพราะการไม่ได้ใช้งานของกล้ามเนื้อมัดนั้นนานๆ

การคงอยู่ของโบท็อทช์ในร่างกาย
โบท็อกซ์จะไม่มีการสะสมในร่างกายภายใน 4-6 เดือนยาจะสลาย ตัวและหมดฤทธิ์ไปเองทำให้กล้ามเนื้อกลับมา ทำงานได้ดังเดิมอีก แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับว่าตำแหน่งที่ฉีดนั้นเคยโดนฉีดมาก่อนหน้านี้หรือไม่ เป็นการฉีดในผู้ที่มีอายุมากหรือน้อย และฉีดในปริมาณมากน้อยเพียงใดและในตำแหน่งใด เช่น ในรายที่โดนฉีดมาก่อนหลายครั้ง อาจทำให้กล้ามเนื้อเป็นอัมพาตอยู่นานกว่าคนที่เพิ่งจะได้รับเป็นครั้งแรก

ข้อห้ามนการไช้โบท็อกซ์
จากคำแนะนำขององค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา ห้ามการใช้ยานื้ในผู้ที่มีปัญหาโรคทางระบบประสาท โรคทาง กล้ามเนื้อ หรือสตรีที่อยู่ระหว่างการตั้งครรภ์ หรือให้นมบุตร

อันตรายของโบท็อกช์
ที่ผ่านมามีการใช้โบท็อกซ์เพื่อรักษาผู้ป่วยโรคตาเหล่ ตาเขตั้งแต่ ปี พ.ศ.2532 และมีการใช้เพื่อเสริมความงามตั้งแต่ปี พ.ศ.2545 และนับตั้งแต่นั้นมากล่าวได้ว่าอุตสาหกรรมเสริมความงามได้มีการเติบโตเร็วที่สุด ด้วยอิทธิพลของโบท็อกซ์ สำหรับการฉีดโบท็อกซ์เพื่อลดรอยเหี่ยวย่นนั้นยังไม่เคยมีรายงานผู้ที่ได้รับโบท็อกซ์แล้วเป็นอันตรายถึงชีวิต ยิ่งหากได้รับยาจากผู้ที่เป็นแพทย์ตัวจริง คงเรียกได้ว่ามีความปลอดภัยสูง แต่เมื่อไม่นานมานี้เริ่ม มีการรายงานถึงการแพร่กระจายของโบท็อกซ์เข้าไปยังระบบประสาทส่วน กลาง(สมอง) ซึ่งแต่เดิมไม่มีใครทราบว่ายานี้จะสามารถกระจายจากตำแหน่งที่ ฉีดบริเวณผิวหนัง เข้าไปยังระบบประสาทส่วนกลางได้   ข้อมูลจากนักวิจัยระบบประสาทที่สถาบันวิจัยแห่งชาติอิตาลี (National research council's institute of Neuroscience, Consiglio Nazionale delle Ricerche) พบว่าการฉีด botulinum เข้าไปที่ผิวหนังที่ใบหน้าของหนูทดลอง พบว่ายาส่วนหนึ่งสามารถกระจายตัวเข้าไปถึงบริเวณ ก้านสมองของหนูทดลองได้ นอกจากนี้สารพิษนี้ยังสามารถคงอยู่ในสมองของหนูทดลองได้นานนับ 6 เดือน และยังสามารถกระจายไปยังส่วนอื่นของสมองได้อีกด้วย และเมื่อนำสมองของหนูทดลองมาตรวจวิเคราะห์ก็พบว่ามีการเสื่อมสลายของโปรตีนในก้านสมองของหนูทดลอง แต่อย่างไรก็ตามในปัจจุบันยังไม่ พบอันตรายในระดับนี้จากการฉีดในคน (ปริมาณการใช้ยาถือว่าตํ่ากว่าระดับที่เป็นพิษอยู่มาก)
สมาคมแพทย์ความงามในประเทศสหรัฐอเมริกาต้องการให้มีการยืนยัน ผลการวิจัยดังกล่าวข้างต้นให้หนักแน่นกว่าที่อธิบายมาและเชื่อว่าผลข้างเคียงของโบท็อกซ์ มักเกิดเนื่องจากการฉีดผิดตำแหน่ง หรือฉีดในปริมาณที่เกินกว่าที่ควรจะได้รับต่อการฉีดหนึ่งครั้ง (หนังตาตกหรือหน้าไร้ความรู้สีก) มากกว่าเกิดจากตัวยาเอง
ถึงตอนนี้แล้วคุณคงทราบแล้วว่า "สวยด้วยยาพิษ" คงไม่เกินความเป็นจริง และคงทราบแล้วว่าแม้ว่าจะมีความปลอดภัยแค่ไหนแต่โอกาสเกิดผลข้างเคียงจากการได้รับสารพิษตัวนี้ก็ยังมีอยู่ ตังนั้นก่อนใช้สารตัวนี้จึงควรทำความเข้าใจถึงอันตรายและผลข้างเคียงเหล่านี้ไว้ด้วยเสมอ.
         ดังที่ได้กล่าวแล้วตอนต้นว่าผลจากการฉีด โบทูลินั่มท็อกซิน นั้นจะค่อยๆ หมดไปเองภายในเวลาเป็นเดือน ดังนั้นผู้รับการรักษาจึงใจเย็นๆ และค่อยๆ รอให้ผลของ โบทูลินั่ม ท็อกซิน หมดไปเองก็ได้  ส่วนในกรณีที่เกิดหนังตาตกนั้น ผู้รับการรักษาควรปรึกษาแพทย์ผู้ทำการรักษาเป็นกรณีไป

ที่มาของข้อมูล http://www.thairath.co.th/content/life/76823

ที่มาของข้อมูล  http://hilight.kapook.com/view/33774

ที่มาของข้อมูล  http://healthscoops.blogspot.com/2010/01/botox.html

ที่มาของภาพ http://1.bp.blogspot.com/_qFIaeKkW280/S1K538iZGtI/AAAAAAAAADM/sZlrP2sZ9qA/s320/botox1.JPG

ที่มาของภาพ http://www.bloggang.com/data/grizzlybear/picture/1239991647.jpg

ที่มาของภาพ http://t3.gstatic.com/images?q=tbn:bOs3yaBnEM3qiM:http://i82.photobucket.com/albums/j279/sil_seller/Clip_5-4.jpg

 



เข้าชม : 18798
นำเสนอโดย : ประเทือง วิบูลศักดิ์
โรงเรียน นนทบุรีพิทยาคม
สพม.3 นนทบุรี
อยู่ในขั้น : เจ้ายุทธภพ

แชร์ไปที่ Facebook

  หมวดหมู่ กลุ่มสาระคณิตศาสตร์ ล่าสุด
ว7/2558
โดย : [เข้าชม : 20543 ]
สถานี ก.ค.ศ. : การพัฒนาก่อนแต่งตั้งให้มีและเลื่อนวิทยฐานะ
โดย : [เข้าชม : 21945 ]
สพฐ. กับ ระบบ TEPE Online
โดย : [เข้าชม : 22361 ]
พิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ
โดย : [เข้าชม : 21932 ]
รางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี เปิดโครงการ เล่าเรื่อง ... ด้วยหัวใจ...จากศิษย์ถึงครู
โดย : [เข้าชม : 31892 ]
การพัฒนางาน (Performance Agreement)
โดย : [เข้าชม : 32600 ]
อึ้ง! ผัวเข้าฝันเมียบอกถูกฆ่า งมพบกระดูกเผาไฟใต้บึง
โดย : [เข้าชม : 20004 ]
วันสถาปนาโรงเรียน
โดย : [เข้าชม : 22600 ]
วิธีสอนแบบศูนย์การเรียน
โดย : [เข้าชม : 23749 ]
ความคิดสร้างสรรค์ 1 (Creativity)
โดย : [เข้าชม : 23284 ]
 10 เล่าสู่กันฟัง Text Random
ปรับวิทยฐานะโดยใช้ผลประเมินสมรรถนะครูทั้งระบบได้ !
ความเครียด
พลิ้ว...ไหว...ในจ้นทบุรี
หาดเจ้าหลาว ...จันทบุรี
กล้วยไม้ ..หรือไฉน
ว่าด้วยเรื่อง ... Bar Code
30 สิ่ง น่าทำ
กิริยาบุญในวันสงกรานต์
ปล่อยนก ปล่อยปลา วันสงกรานต์
พิพิธภัณฑ์จังหวัดนนทบุรี
 
     "สหวิชา ดอท คอม" เป็นแหล่งรวมเนื้อหาความรู้ต่าง ๆ บอกเล่าประสบการณ์เกี่ยวกับเนื้อหา และการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนจากครูทั่วประเทศ นำมาแลกเปลี่ยนในเว็บไซต์แห่งนี้ ซึ่งเนื้อหาทั้งหมดได้ถูกกลั่นกลรองมาจากความรู้ ประสบการณ์ในการทำงานของทีมงานทุกคน...ดังนั้น ทุกเรื่องราว ทุกเนื้อหาสาระจึงเป็นลิขสิทธิ์ของผู้เขียนและสำนักเทคโนโลยีเพื่อการเรียนการสอน สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ หากบุคคลใดที่มีความประสงค์จะนำเนื้อหาเรื่องราวใด ๆ ในเว็บไซต์แห่งนี้ไปนำเสนอในรูปแบบใด ๆ จึงควรที่จะอ้างอิงและให้เครดิตกับ "สหวิชา ดอท คอม" เพื่อเป็นการสนับสนุนและเป็นกำลังใจในการทำงานแก่ทีมงานทุกคนที่เพียรค้นคว้าหาความรู้มานำเสนอ ขอขอบคุณผู้ที่ให้ความสนใจทุกท่านที่เล็งเห็นความสำคัญในสาระการเรียนรู้ต่าง ๆ ...เราขอน้อมรับทุกคำติชมและจะนำไปพัฒนาปรับปรุงในการทำงานให้ดียิ่งขึ้น ขอขอบคุณ Maxsite 1.10 CMS ที่พัฒนาโดยคนไทย ขอขอบคุณทุก ๆ คลิกที่แวะมาเยี่ยมชมเรา "สหวิชา ดอท คอม"

| เกี่ยวกับสหวิชา.คอม | สาระการเรียนรู้ | บทความ | สื่อการเรียนการสอน | แบบฝึกทักษะ | เล่าสู่กันฟัง | คำถามยอดนิยม | Links น่ารู้ | ทีมงานสหวิชา.คอม | ติดต่อเรา |