[x] ปิดหน้าต่างนี้
ก้าวทุกวินาที กับ... สหวิชา ดอท คอม
ชื่อผู้ใช้ :
รหัสผ่าน :
   
   
หมวดหมู่ : กลุ่มสาระสุขศึกษาและพลศึกษา
ดื่มกาแฟอย่างไร ไม่เสียสุขภาพ
ศุกร์ ที่ 20 เดือน พฤษภาคม พ.ศ.2554

คอกาแฟต้องอ่าน ♣ ดื่มกาแฟอย่างไร ไม่เสียสุขภาพ ♣   

คอกาแฟต้องอ่าน

♣ ดื่มกาแฟอย่างไร  ไม่เสียสุขภาพ ♣

 

ที่มารูปภาพ : http://t0.gstatic.com/images?q=tbn:ANd9GcSVLcyTwHBc8jrZP6MoBtRlzT-

         

           เคยได้ยินคำพูดที่ว่า “สมองไม่แล่น ขอดื่มกาแฟก่อนแล้วกัน”  บ้างหรือเปล่า   แล้วคิดว่าคำพูดเหล่านี้คืออาการของการติดกาแฟใช่หรือไม่ ? 

          คงมีหลาย ๆ ท่าน  ที่เมื่อตื่นเช้ามาต้องจิบกาแฟก่อน  ไม่เช่นนั้นจะรู้สึกว่าหยิบจับสิ่งใด  ก็รู้สึกจับไม่แน่นเสียเอาเสียเลย   แต่พอได้จิบกาแฟไปเพียงแก้วเดียว  ตาสว่าง  กระฉับกระเฉงขึ้นมาในทันทีทันใด  จะทำงานสิ่งใดก็รู้สึกว่าคร่องแคร่วไปหมด  หลายท่านกำลังนึกตามว่า  แล้วเราละติดกาแฟหรอเปล่า ???  แต่ก่อนที่ท่านจะให้คำตอบกับตัวเอง  ลองมาดูประโยชน์ของกาแฟกันดีกว่า  ซึ่งตัวผู้เขียนเอง  ได้รับการ  FW.mail  มาจากเพื่อน  จึงอยากมานำเสนอให้หลาย ๆ ท่านได้รู้จักถึงข้อดีของกาแฟ  ก่อนที่จะกล่าวโทษกาแฟ  เหมือนกับกาแฟเป็นผู้ต้องหาแต่เพียงฝ่ายเดียว

ที่มารูปภาพ : http://www.google.co.th/search?q=%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B8%9B%E0%B8%81%E0%B8%B2%

 

 

ที่มารูปภาพ : http://t2.gstatic.com/images?q=tbn:ANd9GcStQtqMiqJHmHw4ALWyWEnr6ZRCh_


 
ของดีในกาแฟ
 
         นักวิจัยของศูนย์วิจัยของศูนย์วิจัยใหญ่ในสวิสเซอร์แลนด์ซึ่งมีบริษัทขายกาแฟรายใหญ่ของโลกพบว่าเมล็ดกาแฟมีสารต้านอนุมูลอิสระมากกว่าชาเขียวถึง 4 เท่า และยังมากกว่าโกโก้ ชาสมุนไพรและไวน์แดงอีก ที่มากกว่าเพราะผู้บริโภคดื่มกาแฟมากกว่าเครื่องดื่มอื่นๆ แต่สารต้านอนุมูลอิสระในกาแฟแต่ละถ้วย  และแต่ละยี่ห้อนั้นก็ไม่เท่ากันขึ้นกับชนิดของกาแฟ
 
          กาแฟพันธุ์โรบัสต้า(Robusta) มีสารต้านอนุมูลอิสระและคาเฟอีนมากกว่าพันธ์อราบิก้า (Arabicas) ถึง 2 เท่า ซึ่งเป็นผลมาจากวิธีการคั่วกาแฟ และปริมาณกาแฟที่ละลายแต่ละถ้วย รวมทั้งยังขึ้นอยู่กับวิธีการชงกาแฟ ระยะเวลาและปริมาณกาแฟที่ใช้ด้วย
 

ที่มารูปภาพ : http://t0.gstatic.com/images?q=tbn:ANd9GcSLJSgNj7OUnQCK4ZjDO4BJF_OVBoSBGCjKwRLC6WGFEGEMJ7AXRSGYGLXSpw

 


ข้อควรระวังในกาแฟ
 
          คอกาแฟอย่าเพิ่งย่ามใจกับข้อมูลด้านดีๆเพราะองค์ประกอบหลักของกาแฟคือ สารคาเฟอีนซึ่งเป็นเป็นสารกระตุ้น จึงมีผลต่อระบบหลอดเลือดและหัวใจพอสมควร โดยทำให้หัวใจเต้นเร็วขึ้น เพิ่มความดันโลหิต และทำให้หัวใจเต้นผิดปกติในบางครั้ง งานวิจัยล่าสุดจากมหาวิทยาลัยโทรอนโทเปิดเผยว่า การดื่มกาแฟมาก อาจเพิ่มความเสี่ยงหัวใจวายเฉียบพลันในผู้ที่มียีนขจัดคาเฟอีนช้า ทำให้คาเฟอีนอยู่ในกระแสเลือดนานขึ้น แต่สำหรับคนที่มียีนปกติที่ขจัดคาเฟอีนได้เร็วกาแฟก็จะไม่มีผล
 
          ถึงอย่างไรนักวิจัยก็เชื่อว่าการดื่มเพียง1-2 ถ้วยจะไม่มีผลต่อการเกิดหัวใจวายเฉียบพลันไม่ว่ามียีนอย่างไร แต่การดื่มวันละ 4 แก้วขึ้นไปไม่ให้ผลดีขึ้น ดังนั้น ควรดื่มแต่พอควร เพราะปัจจุบันการตรวจยีนยังไม่ได้มีใช้กันเหมือนการตรวจสุข ภาพทั่วไป และยีนที่แตกต่างกันทำให้ผลการวิจัยทางโภชนาการที่สัมพันธ์กับโรคต่างๆ ที่ออกมามีข้อมูลขัดแย้งกันจนเกิดความสับสน
 
         ส่วนผลของกาแฟต่อ สุขภาพผู้หญิงก็ยังไม่มีผลวิจัยชัดเจน ว่าจะเพิ่มความเสี่ยงมะเร็งเต้านม ซีสต์ในเต้านมหรือกระดูกพรุนหรือไม่ การเดินสายกลางจึงดีที่สุด ผู้ที่ดื่มกาแฟสกัดคาเฟอีน อาจคิดว่าปลอดภัย แต่นักวิจัยเตือนว่า กาแฟสกัด คาเฟอีนอาจเพิ่มระดับกรดไขมันในเลือดให้สร้างแอลดีแอล ซึ่งเป็นคอเลสเทอรอลตัวร้ายได้ เพราะในกระบวนการสกัดคาเฟอีนจะสกัดเอาสารเฟลโวนอยด์ซึ่งมีฤทธิ์ต้านอนุมูล อิสระและสารอื่นๆ ที่ให้รสชาติกาแฟแท้ๆ ออกไปด้วย นอกจากจะอร่อยน้อยลงแล้วยังมีผลเสียต่อสุขภาพอีกด้วย

ที่มารูปภาพ : http://t1.gstatic.com/images?q=tbn:ANd9GcRlYj4cVyhEo-iH4puCoV-


ข้อควรปฎิบัติ
 
          เลี่ยงกาแฟที่ใช้หม้อต้มแบบสไตล์สแกนดิเนเวีย เพราะจะมีสารไดเทอร์พีนสูง เพิ่มระดับคอเลสเทอรอลในเลือด ควรเลือกกาแฟสำเร็จรูปที่ละลายน้ำ หรือชนิดกรองหยด และเอสเพรสโซ ซึ่งจะมีผลน้อยกว่า   ถ้าต้องเลือกกาแฟสกัดคาเฟอีน ควรเลือกชนิดที่ใช้กระบวนการสกัดธรรมชาติ (Swiss Water Process)   ตรวจสอบยี่ห้อได้จาก SwissWater.com  
สำหรับผู้ที่เลี่ยงกาแฟอยู่แล้ว  ไม่ควรหันมาดื่มเพียงเพื่อต้องการผลดีจากคาเฟอีน โดยเฉพาะคนที่ร่างกายไวต่อกาแฟ การดื่มอาจยิ่งเพิ่มผลเสีย เช่น หัวใจเต้นเร็วขึ้น ความดันโลหิตสูงขึ้น กระวนกระวาย นอนไม่หลับ กระเพาะหลั่งกรดออกมามากเกินควร ทำให้ปวดท้อง และเป็นสารขับปัสสาวะทำให้ร่างกายเสียน้ำมากขึ้น ดังนั้นทุกครั้งที่ดื่มกาแฟควรดื่มน้ำตามไปชดเชยด้วย
 

          ระวังสิ่งที่เติมลงในกาแฟ  เช่น ครีม นมไขมันเต็ม น้ำตาล น้ำผึ้ง เพราะเท่ากับเติมพลังงานส่วนเกิน กาแฟมาตร ฐาน 1 ถ้วย มีขนาด 5-6 ออนซ์หรือ 150-180 มล. แต่ที่ขายโดยทั่วไปนั้นมีขนาด 12 ออนซ์หรือ 360 มล. ซึ่งมากกว่าถึง 2 เท่า ดังนั้น ควรจำกัดการดื่มให้ไม่เกิน 5 ถ้วย ซึ่งเป็นปริมาณที่ใช้ในการศึกษาวิจัย
 
          สารคาเฟอีนเป็นสารธรรมชาติที่พบในอาหารอื่นด้วย เช่นใบชา เมล็ดโคลา โกโก้ ช็อคโกแลต น้ำอัดลมสีดำ และยาบางชนิด ซึ่งอาจทำให้ร่างกายได้รับคาเฟอีนเกินควร จึงต้องตรวจสอบพฤติกรรมของตัวเองเสมอ 

 

ที่มารูปภาพ : http://t3.gstatic.com/images?q=tbn:ANd9GcS6Vv0nT02j3Mvzg_UBGISjK693cvNV

 
          เมื่อ 20 ปีที่ผ่านมา กาแฟและ เครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนถูกโจมตีว่า ทำให้เกิดโรคหัวใจ ความดันโลหิต เป็นหมัน ทำให้ผู้หญิงตั้งครรภ์แท้งได้หรือทารกน้ำหนักน้อย เพิ่มความเสี่ยงมะเร็งรังไข่ ซีสต์ในเต้านม และกระดูกพรุน แต่ข้อมูลการวิจัยในปัจจุบันเปิดเผยว่าการดื่มกาแฟเพียงวันละ 1-2 ถ้วยนั้นปลอดภัย และอาจให้ผลดี ถ้าดื่มให้เป็น
 
          นอกจากนี้กาแฟยัง  ยังช่วยลดความเสี่ยงการเกิดนิ่วในถุงน้ำดี  มะเร็งลำไส้ใหญ่ โรคพาร์คินสัน  ลดอันตรายจากตับในผู้ที่มีความเสี่ยงโรคตับ  ลดอาการหอบในผู้ที่มีโรคหอบหืด เพิ่มความจำ  และสำหรับนักกีฬาเพิ่มความทนและความอึดในกีฬาที่ต้องใช้เวลานาน
 
          สำหรับผู้ที่ดื่มกาแฟเพราะ ต้องการแก้ง่วง นักวิจัยแนะนำให้ดื่มปริมาณน้อยๆ แต่กระจายการดื่มออกไปตลอดวัน เช่น แทนที่จะดื่มถ้วยใหญ่ 16 ออนซ์ (500 มล.)ในตอนเช้า ให้ดื่มเพียงครั้งละ 2-3 ออนซ์ (60-90 มล) แต่บ่อยขึ้น กาแฟจะเริ่มออก
ฤทธิ์ใน 15 นาทีและจะอยู่ในร่างกายนานหลายชั่วโมง และต้องใช้เวลาถึง 6 ชั่วโมงกว่าที่จะถูกขจัดออกจากร่างกาย 

 

แหล่งอ้างอิง

http://t0.gstatic.com/images?q=tbn:ANd9GcSVLcyTwHBc8jrZP6MoBtRlzT-
http://www.google.co.th/search?q=%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B8%9B%E0%B8%81%E0%B8B2%                                                                                                                                                                                                   http://t2.gstatic.com/images?q=tbn:ANd9GcStQtqMiqJHmHw4ALWyWEnr6ZRCh_                                                                                                                       http://t0.gstatic.com/images?q=tbn:ANd9GcSLJSgNj7OUnQCK4ZjDO4BJF_OVBoSBGCjKwRLC6WGFEGEMJ7AXRSGYGLXSpw                                             - http://t3.gstatic.com/images?q=tbn:ANd9GcS6Vv0nT02j3Mvzg_UBGISjK693cvNV                                                                                                                     - http://t1.gstatic.com/images?q=tbn:ANd9GcRlYj4cVyhEo-iH4puCoV                                                                                            - http://t0.gstatic.com/images?q=tbn:ANd9GcTzZkVZeqxzIQfnpJRwzxVqJFRQLPKZHXncfnL5fUMnJ2brVawp

 

ที่มารูปภาพ : http://t0.gstatic.com/images?q=tbn:ANd9GcTzZkVZeqxzIQfnpJRwzxVqJFRQLPKZHXncfnL5fUMnJ2brVawp
  
 

เข้าชม : 2353
นำเสนอโดย : นางสาวบุณยรัตน์ สุวิชา
รัฐราษฎร์อุปถัมภ์
สพป. เชียงใหม่ เขต 3
อยู่ในขั้น : เจ้ายุทธภพ

แชร์ไปที่ Facebook

  หมวดหมู่ กลุ่มสาระสุขศึกษาและพลศึกษา ล่าสุด
รู้หรือไม่?การปฐมพยาบาลคนเป็นลมชักนั้น ห้ามเอาช้อนไปงัดปาก
โดย : [เข้าชม : 13750 ]
เหตุผลดีๆ ที่ควรดื่มน้ำมะนาวตอนเช้า
โดย : [เข้าชม : 35618 ]
เผยอาหาร 10 อย่างที่ไม่ควรกินมากเกิน
โดย : [เข้าชม : 24594 ]
เคล็ดลับดูแลยาง ช่วยประหยัดน้ำมัน
โดย : [เข้าชม : 23463 ]
รักษารองเท้าหน้าฝน
โดย : [เข้าชม : 22362 ]
คุณ "ต้มบะหมี่"..ถูกวิธีแล้วหรือยัง..?
โดย : [เข้าชม : 23228 ]
มะเฟืองลดน้ำหนักได้จริงหรือ
โดย : [เข้าชม : 22578 ]
ยิ่งแก่...ก็ยิ่งเตี้ย จริงหรือไม่ ???
โดย : [เข้าชม : 26097 ]
ลูกพลับ ของดีใกล้ตัว!
โดย : [เข้าชม : 21612 ]
น้ำพริกตาแดง" ต้านสารอนุมูลอิสระ ต้านโรค
โดย : [เข้าชม : 20857 ]
 10 เล่าสู่กันฟัง Text Random
มะกันคลั่งขับเครื่องบินพุ่งชนตึก แค้นสนง.ภาษี
ทึ่งหมาแสนรู้ ช่วยพระคาบดอกไม้ ซองทำบุญลืมใส่เงินยังรู้!
แห่ดูลูกวัว2เพศที่นครสวรรค์
เล่นเน็ตโยงซึมเศร้า นักวิจัยเตือนนักท่องไซเบอร์
แฝด4สาวฝึกพยาบาล-แทนคุณ
อบรมพัฒนาบุคลากร
5 สัญญาณโรคร้าย ที่ชายไม่ควรเมิน
รักษาโรคปวดข้อด้วยวิธีง่าย ๆ แต่ได้ผล
ร.พ.ช้างเร่งช่วยลูกพลายแคระอายุ2วัน ตัวเล็กผิดปกติหนักแค่40ก.ก.-ดูดนมแม่ไม่ได้
ททท.ดึงน่านนำร่องเที่ยวใส่ใจสวล. เน้นทำให้ยั่งยืน-ดึงชุมชนร่วมโครงการ
 
     "สหวิชา ดอท คอม" เป็นแหล่งรวมเนื้อหาความรู้ต่าง ๆ บอกเล่าประสบการณ์เกี่ยวกับเนื้อหา และการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนจากครูทั่วประเทศ นำมาแลกเปลี่ยนในเว็บไซต์แห่งนี้ ซึ่งเนื้อหาทั้งหมดได้ถูกกลั่นกลรองมาจากความรู้ ประสบการณ์ในการทำงานของทีมงานทุกคน...ดังนั้น ทุกเรื่องราว ทุกเนื้อหาสาระจึงเป็นลิขสิทธิ์ของผู้เขียนและสำนักเทคโนโลยีเพื่อการเรียนการสอน สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ หากบุคคลใดที่มีความประสงค์จะนำเนื้อหาเรื่องราวใด ๆ ในเว็บไซต์แห่งนี้ไปนำเสนอในรูปแบบใด ๆ จึงควรที่จะอ้างอิงและให้เครดิตกับ "สหวิชา ดอท คอม" เพื่อเป็นการสนับสนุนและเป็นกำลังใจในการทำงานแก่ทีมงานทุกคนที่เพียรค้นคว้าหาความรู้มานำเสนอ ขอขอบคุณผู้ที่ให้ความสนใจทุกท่านที่เล็งเห็นความสำคัญในสาระการเรียนรู้ต่าง ๆ ...เราขอน้อมรับทุกคำติชมและจะนำไปพัฒนาปรับปรุงในการทำงานให้ดียิ่งขึ้น ขอขอบคุณ Maxsite 1.10 CMS ที่พัฒนาโดยคนไทย ขอขอบคุณทุก ๆ คลิกที่แวะมาเยี่ยมชมเรา "สหวิชา ดอท คอม"

| เกี่ยวกับสหวิชา.คอม | สาระการเรียนรู้ | บทความ | สื่อการเรียนการสอน | แบบฝึกทักษะ | เล่าสู่กันฟัง | คำถามยอดนิยม | Links น่ารู้ | ทีมงานสหวิชา.คอม | ติดต่อเรา |