[x] ปิดหน้าต่างนี้
ก้าวทุกวินาที กับ... สหวิชา ดอท คอม
ชื่อผู้ใช้ :
รหัสผ่าน :
   
   
หมวดหมู่ : ศิลปะ ดนตรีและนาฎศิลป์
วาบหวิวทำไม.....งามแบบไทยดีกว่า[1]
อาทิตย์ ที่ 26 เดือน กรกฏาคม พ.ศ.2552
ประเทศไทยถือได้ว่าเป็นประเทศที่มีเอกลักษณ์ประจำชาติมาเป็นเวลายาวนาน ไม่ว่าจะเป็นศิลปะ วัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณี และรวมไปถึงเรื่องของการแต่งกายที่ถือได้ว่ามีความสวยงามและเป็นเอกลักษณ์อย่างดียิ่ง   

        เมื่อ 2-3วันที่ผ่านมาหลายท่านอาจจะได้รับทราบเกี่ยวกับข่าวที่ทางตำรวจนครบาลได้ออกมาตรการคุมเข้มกับสถานบันเทิง ร้านอาหาร และสถานบริการในเขตพื้นที่ของตนที่จัดให้มีหญิงสาวแต่งกายวาบหวิว ไม่เหมาะสมมานั่งเชียร์หรือเรียกลูกค้าบริเวณหน้าร้าน ที่ตั้งอยู่บริเวณริมถนน ซึ่งภาพเหล่านี้อาจจะไม่เหมาะสมมากนักต่อขนบธรรมเนียมและวัฒนธรรมของไทยเรา (อ่านข่าว)

        เมื่อเราได้ลองศึกษาเกี่ยวกับวัฒนธรรมด้านการแต่งกายของไทยเรา จะพบว่าจากอดีตจนถึงปัจจุบันไทยเรานั้นได้มีรูปแบบการแต่งกายหลากหลายรูปแบบและได้มีการพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง แต่น่าเสียดายที่สมัยนี้การแต่งกายในรูปแบบความเป็นไทยหาดูได้อยากเต็มที ถ้าหากเราไม่ช่วยกันส่งเสริมและอนุรักษ์เยาวชนรุ่นต่อๆไปอาจจะไม่รู้จักเลยก็ได้

เนื่อหาสำหรับกลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ  สาระนาฏศิลป์ สำหรับนักเรียนช่วงชั้นที่ 2, 3, 4

เนื้อหา

การแต่งกายของไทย เขียนโดย นายสมบัติ พลายน้อย

       
เรื่องการแต่งกายของคนไทยในสมัยโบราณไม่มีจดหมายเหตุบันทึกไว้เป็นหลักฐาน การเขียนประวัติการแต่งกายตั้งแต่สมัยสุโขทัยลงมาจนถึงกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้น จึงขาดหลักฐานที่ชัดเจน ได้แต่ สันนิษฐานจากโบราณวัตถุที่ทำเป็นรูปเทวดาและมนุษย์ในสมัยนั้นๆ   แล้วคาดว่าการแต่งกายของคนไทยในสมัยดังกล่าวคงจะเป็นเช่นนั้น
       
หนังสือสมุดภาพแสดงเครื่องแต่งกายตามสมัยประวัติศาสตร์และ โบราณคดีของกรมศิลปากรได้สรุปลักษณะการแต่งกายของชาวสุโขทัยไว้ดังต่อไปนี้
       
"การแต่งกายสตรี ส่วนมากนิยมนุ่งผ้ายาวครึ่งแข้ง รัดกลีบซับซ้อนมากชั้น มีเข็มขัดขนาดใหญ่คาดทับ ประดับด้วยลวดลายละเอียดมาก ทิ้งชายผ้าเป็นกาบขนาดใหญ่ ตรงด้านหน้าหรือยักเยื้องไปทางด้านข้าง บุคคลธรรมดาทั้งชายและหญิงมักนิยมนุ่งผ้ากระโจงเบน หวีผมแสกยาวประบ่า มีผ้ารัดต้นคอ ผู้หญิงธรรมดามีผ้าแถบคาดอก ใส่กำไลข้อมือ รัดแขนและกำไลข้อเท้ากรองคอทำเป็นลายหยักโดยรอบ
          ลักษณะการแต่งกายของผู้ชาย การนุ่งผ้าเท่าที่ปรากฏหลักฐานในตุ๊กตาสังคโลก
และภาพลายเส้นบนแผ่นศิลาวัดศรีชุม จังหวัดสุโขทัย มักนิยมมีชายพกด้านหน้า ยาวใหญ่ออกมามาก ทรงผมผู้ชายเกล้าสูงเป็นมวยอยู่เหนือศีรษะ มีเครื่องประดับต่างๆ"ไม่มีผู้ใดได้บันทึกเอกสารที่กล่าวถึงการแต่งกายสมัยสุโขทัยไว้ จึงจำต้องสันนิษฐานจากรูปปั้นรูปจารึกเท่าที่มีอยู่ ซึ่งอาจไม่ตรงตามความจริงทั้งหมดก็ได้ ส่วนในสมัยกรุงศรีอยุธยามีเอกสารทั้งของไทยและของต่างประเทศ  บันทึกว้หลายแห่ง และมีจิตรกรรมเขียนไว้มาก ทำให้หลักฐานเรื่องการแต่งกายสมัยอยุธยาค่อนข้างจะสมบูรณ์
       
ตามจดหมายเหตุของเชวาลิเอร์ เดอ ฟอร์บังกล่าวถึงขุนนางไทยว่า "นุ่งผ้าพื้นคลุมตั้งแต่สะเอวลงไปครึ่งน่อง ใส่เสื้อมัสลินแขนสั้น"
       
ในจดหมายเหตุของโยส เซาเต็น พ่อค้าชาวฮอลันดาในสมัยพระเจ้าทรงธรรมและพระเจ้าประสาททอง กล่าวถึงการแต่งกายละเอียดกว่าของเชวาลิเอร์ เดอ ฟอร์บัง คือกล่าวว่า "ทั้งหญิงชายแต่งตัวด้วยผ้าผ่อนน้อยชิ้น เพราะประเทศนี้เป็นประเทศร้อน เขาชอบผ้าสีต่างๆ นุ่งสำหรับส่วนล่างของร่างกาย ส่วนบนนั้นชายใส่เสื้อชั้นในแขนครึ่งท่อน ส่วนหญิงนั้นมีผ้าบางๆ พาดไหล่หรือปิดหน้าอก บนศีรษะมักจะมีปิ่นทองปักผมไว้และสวมแหวนทองที่นิ้วมือ การแต่งกายเช่นนี้แต่งด้วยกันทั้งคนจนคนมี จึงยากที่จะดูว่าใครรวยใครจน นอกจากจะรู้ราคาชนิดผ้าที่นุ่งห่มนั้น" (ประชุมพงศาวดารภาคที่ ๗๖ และ ๘๐)
          ในบรรดาชาวต่างประเทศที่เข้ามาในสมัยกรุงศรีอยุธยานั้น เอกอัครราชทูตฝรั่งเศส
ที่เข้ามาในแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ได้บันทึก  ถึงเรื่องการแต่งกายของคนไทยไว้มากกว่าคนอื่นๆ ดังปรากฏในจดหมายเหตุของลาลูแบร์ (ฉบับสันต์โกมลบุตรแปล) ต่อไปนี้

          "ลางครั้งที่ไม่ใช้ผ้าลายเขียนนุ่ง ก็ใช้ชิ้นผ้าไหมเกลี้ยงๆ บ้าง หรือทอที่ริมเป็นลายทองลายเงินบ้างฝ่ายพวกอำมาตย์หรือขุนนางนั้นนอกจากนุ่งผ้าแล้ว ยังสวมเสื้อครุยผ้ามัสลินอีกตัวหนึ่ง ใช้เหมือนเสื้อชั้นนอกหรือเสื้อคลุม (ถึงเข่า) เขาจะเปลื้องมันออก แล้วม้วนพันเข้าไว้กับบั้นเอว เมื่อเข้าไปหาขุนนางผู้ใหญ่ที่มียศถาบรรดาศักดิ์สูงกว่าตน เป็นการแสดงว่าเขาเตรียมพร้อมอยู่เสมอที่ท่านผู้ใหญ่จะบัญชาให้ไปไหนมาไหนได้ดังใจเดี๋ยวนั้น...เสื้อครุยนี้ไม่มีคอเสื้อตั้งขึ้นไปและแหวกเปิดทางด้านหน้า โดยผู้แต่งมิได้สนใจที่จะกระชับชายให้ปรกกัน เพื่อปิดหน้าท้องของตนแต่ประการใด แขนเสื้อนั้นยาวทอดลงมาเกือบถึงข้อมือ กว้างรอบ ๒ ฟุตโดยรอบ ไม่เห็นถกแขนเสื้อตอนต้นแขนหรือปลายแขนอย่างใด อนึ่ง ตัวเสื้อครุยนั้นยังแคบมาก กระทั่งไม่สามารถผ่านลงและคลุมผ้านุ่งให้มิดชิดได้ คงเป็นรอยกลีบซ้อนกันพับอยู่กับบั้นเอวฉะนั้น"
        การแต่งกายของสตรีไทยตามประวัติศาสตร์โบราณคดีจนถึงปัจจุบัน
สมัยทวาราวดี พุทธศตวรรษที่ 11-16
เครื่องแต่งกาย ตลอดจนลีลาท่ารำ กรมศิลปากรค้นคว้าได้จากทรากปฎิมากรรม โบราณ
สถานต่างๆ ซึ่งขุดค้นได้จาก ต.คูบัว ราชบุรี และ อ.อู่ทอง ราชบุรี ซึ่งเป็นรูปแบบในการนำมาประยุกต์เป็นชุดการแสดง ในชุด "ระบำทวาราวดี"


รูปภาพจาก : http://www.banramthai.com

สมัยศรีวิชัย พุทธศตวรรษที่ 13-18
เครื่องแต่งกาย ตลอดจนลีลาท่ารำ กรมศิลปากรค้นคว้าได้จากปฎิมากรรม เทวรูป โบราณ
วัตถุซึ่งค้นพบบริเวณภาคใต้ของประเทศไทย เป็นรูปแบบในการนำมาประยุกต์เป็นชุดการแสดง ในชุด "ระบำศรีวิชัย"

รูปภาพจาก : http://2.bp.blogspot.com

สมัยเชียงแสน พุทธศตวรรษที่ 17-25
เครื่องแต่งกาย ตลอดจนลีลาท่ารำ กรมศิลปากรเป็นผู้ประดิษฐ์ คิดค้นขึ้นจากจิตรกรรม
ปฎิมากรรมพระพุทธรูปสำริด และโบราณวัตถุ ซึ่งขุดค้นได้ที่บริเวณภาคเหนือของไทย เป็นรูปแบบในการนำมาประยุกต์ เป็นชุดการแสดงในชุด "ระบำเชียงแสน

รูปภาพจาก : http://learners.in.th

สมัยสุโขทัย พุทธศตวรรษที่ 19-20
เครื่องแต่งกาย ตลอดจนลีลาท่ารำ กรมศิลปากรค้นคว้าได้จากปฎิมากรรม พุทธรูปสำริด
แผ่นศิลา และโบราณวัตถุที่ขุดได้ที่บริเวณภาคเหนือของไทย จังหวัดสุโขทัย เป็นรูปแบบในการนำมาประยุกต์ เป็นชุดการแสดงในชุด "ระบำสุโขทัย"

รูปภาพจาก : http://dit.dru.ac.th

สมัยอยุธยา พุทธศตวรรษที่ 19-23
ในระหว่าง พ.ศ. 1893-2310 สมัยกลางของกรุงศรีอยุธยา อยู่ในช่วงที่ศิลปวัฒนธรรมเจริญสูงสุด บ้านเมืองค่อนข้างสงบ แต่ประชาชนทั้งชายหญิงก็ต่างเตรียมพร้อม ที่จะป้องกันภัยสงครามที่จะเกิดขึ้นกับบ้านเมืองทุกเวลา


http://www.baanjomyut.com


สมัยลพบุรี พุทธศตวรรษที่ 16-19
เครื่องแต่งกาย ตลอดจนลีลาท่ารำ กรมศิลปากรเป็นผู้ประดิษฐ์ค้นคิดขึ้นจาก ปฎิมากรรมฐานสำริดอัปสร โบราณวัตถุ ซึ่งขุดค้นได้ที่บริเวณภาคอิสานของไทย อ. กุจินารายณ์ กาฬสินธ์ ซึ่งเป็นรูปแบบในการนำมาประยุกต์เป็นชุดการแสดง ในชุด "ระบำลพบุรี

รูปภาพจาก :http://static.sanook.com/

 

ประเด็นคำถาม
1. นักเรียนคิดว่าการแต่งกายของไทยได้รับอิทธิพลจากสิ่งใดบ้าง
2. การแต่งกายแบบใดที่ควรอนุรักษ์ไว้
3. การแต่งกายแบบใดเหมาะสำหรับใส่ในงานประเภทใด

 

กิจกรรมเสนอแนะ
1. ให้นักเรียนค้นคว้าการแต่งกายของไทยในรูปแบบอื่นๆ
2. ให้นักเรียนวาดภาพ ระบายสีการแต่งกายที่ชื่นชอบ

การบูรณาการ
- บูรณาการกับกลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี
- บูรณาการกับกลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ (สาระนาฏศิลป์)
- บูรณาการกับกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม

ขอบคุณที่มาจาก : http://www.baanjomyut.com
                           http://www.komchadluek.net/
                           http://guru.sanook.com



เข้าชม : 33631
นำเสนอโดย : นภาพร ขาวสะอาด
โรงเรียนส่วนบุญโญปถัมภ์ ลำพูน
สพท.ลำพูน เขต 1
อยู่ในขั้น : เจ้ายุทธภพ

แชร์ไปที่ Facebook

  หมวดหมู่ ศิลปะ ดนตรีและนาฎศิลป์ ล่าสุด
ต้นทุนและกำไร (ฐานการเรียนที่ 10)
โดย : [เข้าชม : 11900 ]
การซ่อมผลงานปั้นที่แตกหัก มีรอยร้าว (ฐานการเรียนที่ 9/2)
โดย : [เข้าชม : 11918 ]
การซ่อมผลงานปั้นที่แตกหัก มีรอยร้าว (ฐานการเรียนที่ 9/1)
โดย : [เข้าชม : 11787 ]
การเผาผลงานปั้น (ฐานการเรียนที่ 8/2)
โดย : [เข้าชม : 11387 ]
การเผาผลงานปั้น (ฐานการเรียนที่ 8/1)
โดย : [เข้าชม : 11266 ]
การปั้นตุ๊กตาดิน (ฐานการเรียนที่ 7/2)
โดย : [เข้าชม : 11279 ]
การปั้นตุ๊กตาดิน (ฐานการเรียนที่ 7/1)
โดย : [เข้าชม : 11416 ]
การเทพิมพ์ (ฐานการเรียนที่ 6)
โดย : [เข้าชม : 11167 ]
การปั้นรูปปั้นดินต้นแบบ (ฐานการเรียนที่ 5)
โดย : [เข้าชม : 11189 ]
การสร้างลวดลายบนงานปั้น (ฐานการเรียนที่ 4 )
โดย : [เข้าชม : 11245 ]
 10 สาระการเรียนรู้ Text Random
นักประชาสัมพันธ์กิตติมศักดิ์ เชิญชวน "กินลำไยลำพูน"
AF6 โฆษณาแอบแฝง
กบในกะลาครอบ
ฟ้าผ่าในกองถ่ายแหยมยโสธร
ตามรอยพยัญชนะไทย ตอนที่ 28
ตามรอยพยัญชนะไทย ตอนที่ 29
ตามรอยพยัญชนะไทย ตอนที่ 30
อยากรู้ไหมเพราะอะไร... ฟ้าจึงผ่ากองถ่ายแหยมยโสธร
ตามรอยพยัญชนะไทย ตอนที่ 31
ตามรอยพยัญชนะไทย ตอนที่ 32
 
     "สหวิชา ดอท คอม" เป็นแหล่งรวมเนื้อหาความรู้ต่าง ๆ บอกเล่าประสบการณ์เกี่ยวกับเนื้อหา และการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนจากครูทั่วประเทศ นำมาแลกเปลี่ยนในเว็บไซต์แห่งนี้ ซึ่งเนื้อหาทั้งหมดได้ถูกกลั่นกลรองมาจากความรู้ ประสบการณ์ในการทำงานของทีมงานทุกคน...ดังนั้น ทุกเรื่องราว ทุกเนื้อหาสาระจึงเป็นลิขสิทธิ์ของผู้เขียนและสำนักเทคโนโลยีเพื่อการเรียนการสอน สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ หากบุคคลใดที่มีความประสงค์จะนำเนื้อหาเรื่องราวใด ๆ ในเว็บไซต์แห่งนี้ไปนำเสนอในรูปแบบใด ๆ จึงควรที่จะอ้างอิงและให้เครดิตกับ "สหวิชา ดอท คอม" เพื่อเป็นการสนับสนุนและเป็นกำลังใจในการทำงานแก่ทีมงานทุกคนที่เพียรค้นคว้าหาความรู้มานำเสนอ ขอขอบคุณผู้ที่ให้ความสนใจทุกท่านที่เล็งเห็นความสำคัญในสาระการเรียนรู้ต่าง ๆ ...เราขอน้อมรับทุกคำติชมและจะนำไปพัฒนาปรับปรุงในการทำงานให้ดียิ่งขึ้น ขอขอบคุณ Maxsite 1.10 CMS ที่พัฒนาโดยคนไทย ขอขอบคุณทุก ๆ คลิกที่แวะมาเยี่ยมชมเรา "สหวิชา ดอท คอม"

| เกี่ยวกับสหวิชา.คอม | สาระการเรียนรู้ | บทความ | สื่อการเรียนการสอน | แบบฝึกทักษะ | เล่าสู่กันฟัง | คำถามยอดนิยม | Links น่ารู้ | ทีมงานสหวิชา.คอม | ติดต่อเรา |