[x] ปิดหน้าต่างนี้
ก้าวทุกวินาที กับ... สหวิชา ดอท คอม
ชื่อผู้ใช้ :
รหัสผ่าน :
   
   
หมวดหมู่ : กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน และปฐมวัย
ปวดฉี่บ่อยจัง ทำไงดี
พฤหัสบดี ที่ 30 เดือน กรกฏาคม พ.ศ.2552
ผู้ที่มีอาการปวดปัสสาวะบ่อยๆ ทุกชั่วโมง เวลาปวดจะรุนแรงมากจนต้องรีบเข้าห้องน้ำทันที มักจะตื่นขึ้นมากลางดึกเกินกว่า 1 ครั้งเพราะปวดปัสสาวะจนทนไม่ไหว เวลาทำงานต้องลุกเข้าห้องน้ำบ่อยมากจนรู้สึกรำคาญ   

                                 โรคกระเพาะปัสสาวะไวเกิน

         เป็นกลุ่มอาการของความผิดปกติของระบบทางเดินปัสสาวะส่วนล่าง เป็นภาวะที่กระเพาะปัสสาวะบีบตัวมากเกินไป  ทำให้ผู้ป่วยมีอาการปัสสาวะบ่อยกว่าปกติ บางคนเป็นมากต้องปัสสาวะ 2-3 ครั้งต่อชั่วโมง ยิ่งอยู่ในห้องแอร์เย็นๆ จะปัสสาวะบ่อยมากขึ้น และรู้สึกปวดปัสสาวะอย่างรุนแรง เวลาปวดจะกลั้นไม่ค่อยได้ต้องรีบเข้าห้องน้ำอย่างเร่งด่วน รวมทั้งต้องลุกขึ้นมาปัสสาวะตอนกลางคืนบ่อยๆ จนรบกวนการนอนหลับ บางครั้งอาจมีปัสสาวะเล็ด หรืออาจมีอาการเจ็บท้องน้อยร่วมด้วย อาการจะคล้ายๆ กับเป็นกระเพาะปัสสาวะอักเสบธรรมดา แต่จะเป็นค่อนข้างเรื้อรังเป็นเวลานาน

         ก่อนหน้านี้เคยเข้าใจกันว่าภาวะปัสสาวะไวเกินมักเกิดในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย แต่ปัจจุบันพบว่าในผู้ชายก็เป็นโรคนี้มากขึ้น โดยมักพบร่วมกับภาวะต่อมลูกหมากโต และพบได้ในคนทุกวัย แต่ไม่ค่อยพบโรคนี้ในเด็ก ซึ่งคนที่เป็นโรคนี้ ผลกระทบส่วนใหญ่จะเกิดกับคุณภาพชีวิตโดยรวม  เพราะอาการที่เป็นจะเป็นมากน้อยแตกต่างกันในแต่ละคน  มีปัญหาเวลาที่ต้องอยู่ในรถที่ติดขัด ทำให้ผู้ป่วยเกิดความรำคาญ มีผลต่อความสะอาดของบริเวณช่องคลอด และขาหนีบ ทำให้รู้สึกไม่มั่นใจ ไม่กล้าเข้าสังคม ผู้ป่วยจะไม่อยากไปไหน เนื่องจากไม่มั่นใจว่าจะมีห้องน้ำอยู่ใกล้ๆ บริเวณที่จะไป

                                อะไรคือสาเหตุ


           สาเหตุส่วนใหญ่ของอาการกระเพาะปัสสาวะไวเกินยังไม่ทราบแน่ชัด เชื่อว่าเกิดจากระบบประสาทที่บริเวณกล้ามเนื้อของกระเพาะปัสสาวะผิดปกติ ทำให้กล้ามเนื้อบีบตัวบ่อยและไวกว่ากำหนด โดยที่ยังมีปริมาณปัสสาวะไม่มากพอที่จะทำให้รู้สึกปวดปัสสาวะ สาเหตุอีกส่วนหนึ่ง คือ พบร่วมกับภาวะการอักเสบ ติดเชื้อของระบบทางเดินปัสสาวะ ภาวะหมดประจำเดือนและโรคทางระบบประสาทบางชนิด
 

                             มีวิธีการตรวจวินิจฉัยอย่างไร


            การวินิจฉัย ภาวะกระเพาะปัสสาวะไวเกิน (Overactive Bladder, OAB) จำเป็นต้องซักประวัติ และตรวจร่างกายอย่างละเอียด โดยเฉพาะระบบประสาท และการตรวจทางห้องปฏิบัติการที่จำเป็น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อตัดโรคอื่นๆ ที่อาจมีอาการและอาการแสดงคล้ายกันเสียก่อน ได้แก่ 
1.การติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะ 
2.เนื้องอกในอุ้งเชิงกราน ที่กดดันกระเพาะปัสสาวะ จนทำให้ปัสสาวะบ่อย 
3.การหย่อนยานของอวัยวะในอุ้งเชิงกราน 
4.ภาวะการขาดฮอร์โมนเพศหญิง 
5.โรคเบาหวาน โรคเบาจืด การได้รับยาที่มีฤทธิ์ขับปัสสาวะ 
6.ความผิดปกติของระบบประสาท 
7.กระเพาะปัสสาวะยืดตัวผิดปกติ (Overflow Incontinence) 
8.อาการที่เกิดขึ้นภายหลังการผ่าตัดในอุ้งเชิงกราน


                                 รักษาได้อย่างไร


           เนื่องจากยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด ดังนั้น การรักษาจึงใช้แนวทางรักษาหลายชนิดมาผสมผสานกัน กล่าวคือรักษาภาวะหรือโรคที่มีผลก่อให้เกิดปัญหากระเพาะปัสสาวะไวเกิน ดังกล่าวข้างต้น

        การฝึกกระเพาะปัสสาวะ ซึ่งเป็นหนึ่งในพฤติกรรมบำบัด เป็นการฝึกควบคุมระบบประสาท ที่ควบคุมการบีบตัวของกระเพาะปัสสาวะ โดยมีจุดมุ่งหมายที่จะให้สมองส่วนกลางส่งสัญญาณมายับยั้งวงจรการปัสสาวะ โดยการฝึกปัสสาวะให้เป็นเวลา และเพิ่มช่วงเวลาการถ่ายปัสสาวะให้มากขึ้นเรื่อยๆ เช่น จากเดิมต้องเข้าทุกๆ 1 ชั่วโมงให้เพิ่มเป็น 1 ชั่วโมงครึ่งและ เพิ่มเป็น 2 ชั่วโมงตามลำดับ เป็นการฝึกให้กระเพาะปัสสาวะ เก็บปัสสาวะให้มากพอ โดยไม่มีอาการบีบตัวไวกว่าปกติ รวมทั้งหลักการเบี่ยงเบนความสนใจ และผู้ป่วยควรขมิบช่องคลอดร่วมด้วย ซึ่งจะลดอาการอยากถ่ายปัสสาวะลง


         การใช้ไฟฟ้ากระตุ้นที่เส้นประสาทบริเวณก้นกบ (Sacral nerve stimulation)  การใช้ไฟฟ้ากระตุ้น ที่เส้นประสาทบริเวณก้นกบ จะช่วยลดการบีบตัวของกระเพาะปัสสาวะ ลงการรักษาโดยวิธีนี้ ต้องมีการผ่าตัดฝังตัว กระตุ้นสัญญาณไฟฟ้าที่หน้าท้อง และกระดูกก้นกบด้วย (Sacral bone) และต้องมีการทดสอบในช่วงแรกว่าได้ผล จึงผ่าตัดฝังเครื่องชนิดถาวร (อยู่ได้ 5 ปี) การรักษาวิธีนี้ มีราคาแพง และยังอยู่ในระหว่างการวิจัย
การฝึกบริหารกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกราน เพื่อทำให้กล้ามเนื้อที่รองรับอวัยวะในอุ้งเชิงกรานและกล้ามเนื้อหูรูดส่วนนอกของท่อปัสสาวะหนาตัวและแข็งแรงขึ้น โดยปกติการบริหารกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกราน จะใช้ในการรักษาภาวะไอ-จามจนปัสสาวะเล็ด แต่พบว่าสามารถนำมาใช้รักษาภาวะกระเพาะปัสสาวะบีบตัวไวเกินได้ด้วย

         การผ่าตัด มีการผ่าตัดกระเพาะปัสสาวะ บางส่วน หรืออาจนำลำไส้เล็กบางส่วน มาเย็บต่อกับกระเพาะปัสสาวะ เพื่อทำให้การบีบตัวไม่มีผลทำให้ปวดปัสสาวะบ่อย การผ่าตัดมีผลแทรกซ้อนมาก และนิยมทำในรายที่รักษา โดยการใช้ยาแล้วไม่ได้ผลวิธีการอื่นๆ เช่น การใช้ยาหรือสารบางชนิด เช่น Capsaicin ใส่ไปในกระเพาะปัสสาวะ รวมถึงการทำกายภาพบำบัด การจะการรักษาด้วยวิธีใดนั้น แพทย์จะพิจารณาตามความจำเป็นในแต่ละราย ซึ่งมีรายละเอียดแตกต่างกันไป

                                      สรุปประเด็นสำคัญจากข่าว

         ภาวะกระเพาะปัสสาวะไวเกิน ถึงแม้ไม่ก่อให้เกิดอันตรายถึงแก่ชีวิต แต่ก็ทำให้คุณภาพชีวิตลดลงอย่างมาก มีผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตในหลายๆ ด้าน จึงจำเป็นที่แพทย์ในสาขาต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น สูตินรีแพทย์ ศัลยแพทย์ระบบทางเดินปัสสาวะ อายุรแพทย์ และแพทย์เวชปฏิบัติทั่วไป ให้ความสำคัญและให้การดูและรักษาอย่างจริงจัง เพื่อให้หายหรือบรรเทาจากภาวะดังกล่าวได้ และให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

                                      คำถามชวนคิด

1. ใน 1 วัน เราดื่มน้ำวันละ 6-8 แก้ว แต่ในสภาวะปกติคนเราจะขับน้ำออกจากร่ากายทางปัสสาวะปริมาณเท่าไร

2. น้ำปัสสาวะของคนเรามีสี กลิ่น ตะกอนออกมาพร้อมสิ่งที่เจือปนออกมานั้นเป็นของเสียที่มาจากส่วนใดบ้าง และมีสภาพเป็นกรดหรือเบส 

3. ที่ว่าภาวะกระเพาะปัสสาวะไวเกิน ก่อให้เกิดอันตรายที่ส่วนใดในร่างกายมากสุด

                                        กิจกรรมเสนอแนะ

1. สืบค้นเพิ่มเติมทางแหล่งเรียนรู้ต่างๆ ถึงโรคภาวะกระเพาะปัสสาวะไวเกิน มีผลกระทบต่ออวัยวะที่ส่วนใดของร่างกายบ้าง

                                      การบูรณาการเข้ากับกลุ่มสาระกรเรียนรู้ 

1. กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์  รายวิชาชีววิทยา ช่วงชั้นที่ 4 เรื่องระบบย่อยอาหารและทางเดินอาหารของสิ่งมีชีวิต

2. กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพละศึกษา ช่วงชั้นที่ 3 เรื่อง ระบบการย่อยอาหารของคน

 

อ้างอิงที่มา  :  ข้อมูลจากโรงพยาบาลเวชธานี  www.vejthani.com

                 : ไทยรัฐออนไลน์ โดย ทีมข่าวไลฟสไตล์  29 กรกฎาคม 2552, 13:40 น.

              tags :  โรงพยาบาลเวชธานี ปัสสาวะไวเกิน ปัสสาวะ นพ.บุญเลิศ สุขวัฒนาสินิทธิ์

อ้างอิงภาพ   :   www.kkict.org/.../contact/Picture/urinary1.jpg

การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เช่น การงดดื่มน้ำก่อนนอน หลีกเลี่ยงยา หรืออาหารที่มีฤทธิ์กระตุนการขับปัสสาวะ เช่น ยาขับปัสสาวะ น้ำชา กาแฟ การจัดที่นอนใหม่ให้เข้าห้องน้ำได้สะดวกขึ้น
การใช้ยาที่มีฤทธิ์คลายการหดตัวของกระเพาะปัสสาวะ โดยหลักๆ จะใช้ยาในกลุ่ม Anticholinergic ซึ่งจะออกฤทธิ์คลายการบีบตัวของกระเพาะปัสสาวะ ทำให้ลดการบีบตัวที่ไวเกินปกติของกระเพาะปัสสาวะ การใช้ยาจะต้องมีการปรับขนาดยาให้เหมาะต่อผู้ป่วยแต่ละราย ยาในกลุ่มนี้มีหลายชนิด ต่างกันที่ราคา และผลข้างเคียงของยา


เข้าชม : 4550
นำเสนอโดย : จุฬาลักษณ์ กาญจนสีมา
โรงเรียนศรีสุขวิทยา
สพท.นครราชสีมา เขต 1
อยู่ในขั้น : เจ้ายุทธภพ

แชร์ไปที่ Facebook

  หมวดหมู่ กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน และปฐมวัย ล่าสุด
ปลอดภัยไว้ก่อน
โดย : [เข้าชม : 31232 ]
วีดีโอ เรามานับเลขกันเถอะปฐมวัย
โดย : [เข้าชม : 32242 ]
การสอนแบบมีลติมิเดียระดับปฐมวัยกิจกรรมเกมการศึกษา
โดย : [เข้าชม : 31017 ]
กิจกรรมศิลปะสำหรับเด็กปฐมวัย(การหยดสี)
โดย : [เข้าชม : 43206 ]
1 กรกฎาคม วันสถาปนาลูกเสือแห่งชาติ
โดย : [เข้าชม : 27468 ]
เด็กพูดไม่ชัด ทำไงดี
โดย : [เข้าชม : 30031 ]
อึ้ง! เด็กชายวัย 2 ขวบติดบุหรี่
โดย : [เข้าชม : 27825 ]
ทำไมเด็กต้องอาละวาด?
โดย : [เข้าชม : 29213 ]
ออกกำลังกายตามช่วงอายุ...ชีวิตจะยืนยาว
โดย : [เข้าชม : 31094 ]
พ่อแม่เชื่อ ...ว่า "หนูทำได้"
โดย : [เข้าชม : 27740 ]
 10 สาระการเรียนรู้ Text Random
อันตรายจากการถูก "ตบบ้องหู"
เมื่อนักเรียนหญิงถอดเสื้อผ้าโชว์..ผ่านเฟซบุ๊ก
ไข้หวัดหมูไอโอวา เชื้อหวัดสายพันธุ์ใหม่
โรคที่มากับฤดูหนาว ตอนที่ 4: โรคไข้สุกใส
จุดด้อย เกณฑ์เลื่อนวิทยฐานะครู ก.ค.ศ.
ทักษะพื้นฐานฟุตบอลตอนที่ 5
ทักษะพื้นฐานกรีฑาตอนที่ 5
ข้อสอบโอเน็ตออนไลน์ ชุดที่ 5
อ้วน! ระวัง ไขมันคั่งในตับ
ข้อสอบโอเน็ตออนไลน์ ชุดที่ 6
 
     "สหวิชา ดอท คอม" เป็นแหล่งรวมเนื้อหาความรู้ต่าง ๆ บอกเล่าประสบการณ์เกี่ยวกับเนื้อหา และการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนจากครูทั่วประเทศ นำมาแลกเปลี่ยนในเว็บไซต์แห่งนี้ ซึ่งเนื้อหาทั้งหมดได้ถูกกลั่นกลรองมาจากความรู้ ประสบการณ์ในการทำงานของทีมงานทุกคน...ดังนั้น ทุกเรื่องราว ทุกเนื้อหาสาระจึงเป็นลิขสิทธิ์ของผู้เขียนและสำนักเทคโนโลยีเพื่อการเรียนการสอน สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ หากบุคคลใดที่มีความประสงค์จะนำเนื้อหาเรื่องราวใด ๆ ในเว็บไซต์แห่งนี้ไปนำเสนอในรูปแบบใด ๆ จึงควรที่จะอ้างอิงและให้เครดิตกับ "สหวิชา ดอท คอม" เพื่อเป็นการสนับสนุนและเป็นกำลังใจในการทำงานแก่ทีมงานทุกคนที่เพียรค้นคว้าหาความรู้มานำเสนอ ขอขอบคุณผู้ที่ให้ความสนใจทุกท่านที่เล็งเห็นความสำคัญในสาระการเรียนรู้ต่าง ๆ ...เราขอน้อมรับทุกคำติชมและจะนำไปพัฒนาปรับปรุงในการทำงานให้ดียิ่งขึ้น ขอขอบคุณ Maxsite 1.10 CMS ที่พัฒนาโดยคนไทย ขอขอบคุณทุก ๆ คลิกที่แวะมาเยี่ยมชมเรา "สหวิชา ดอท คอม"

| เกี่ยวกับสหวิชา.คอม | สาระการเรียนรู้ | บทความ | สื่อการเรียนการสอน | แบบฝึกทักษะ | เล่าสู่กันฟัง | คำถามยอดนิยม | Links น่ารู้ | ทีมงานสหวิชา.คอม | ติดต่อเรา |