[x] ปิดหน้าต่างนี้
ก้าวทุกวินาที กับ... สหวิชา ดอท คอม
ชื่อผู้ใช้ :
รหัสผ่าน :
   
   
หมวดหมู่ : ภาษาไทย
คนไทยใช้ถนนไร้วินัย สถิติการตายเท่ากับเครื่องบินตก 40 ลำ
อาทิตย์ ที่ 23 เดือน สิงหาคม พ.ศ.2552
ไทยมีอัตราการตายจากอุบัติเหตุจราจรสูงมาก คือ 11,830 คดี เมื่อเปรียบเทียบกับคดีอุกฉกรรจ์ที่มีการเสียชีวิตแล้ว เรื่องอุบัติเหตุมีผู้เสียชีวิตมากกว่าถึง 4.52 เท่า   

                 องค์การอนามัยโลกเผยไทยสอบตกทุกมาตรการในการสร้างความปลอดภัยบนถนน เหตุเพราะขาดวินัย ระบุไทยตกรวด 5 มาตรการสร้างความปลอดภัยการเดินทางบนถนน  ทั้งนี้ จากการศึกษาถึงสาเหตุการเกิดอุบัติเหตุทางถนนและมาตรการป้องกัน 5 ประการ พบว่าขณะที่ประเทศส่วนใหญ่ทั่วโลกจำกัดความเร็วของรถยนต์ในเมืองอยู่ที่ 50 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แต่ประเทศไทยได้จำกัดความเร็วที่ 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เมื่อนำไปเทียบและจัดดัชนีชี้วัดทำให้มาตรการเกี่ยวกับความเร็วของไทยได้คะแนนเพียง 2 จาก 10 คะแนน
                สำหรับมาตรการดื่มแล้วขับ แม้มาตรฐานแอลกอฮอล์ในกระแสเลือดของไทยจะเท่ากับประเทศต่างๆ แต่ด้วยองค์ประกอบอื่นๆ ทำให้ไทยได้คะแนนเพียง 5 คะแนน ด้านมาตรการหมวก นิรภัย จากการเก็บสถิติในปี 2550 อัตราการใส่หมวกของผู้ซ้อนท้ายยังอยู่ในระดับที่ต่ำมากจึงได้เพียง 4 คะแนน ส่วนการใช้เข็มขัดนิรภัยได้ 5 คะแนน และมาตรการสุดท้ายการกำหนดให้มีที่นั่ง นิรภัยสำหรับเด็กนั้น ไทยไม่มีการบังคับใช้หรือมีมาตรการใดๆ จึงไม่ได้คะแนน

 

ภาพจาก http://www.trafficbkk.com/91_Traf_fic_news_01_01/22-8-255019025.jpg

                 พล.ต.ต.วัฒนา กฤติยะโชติ ผู้บังคับการกองพัฒนาการจราจรและบริการประชาชน กล่าวว่า ไทยมีอัตราการตายจากอุบัติเหตุจราจรสูงมาก คือ 11,830 คดี เปรียบเทียบกับคดีอุกฉกรรจ์ที่มีการเสียชีวิตแล้ว เรื่องอุบัติเหตุมีผู้เสียชีวิตมากกว่าถึง 4.52 เท่า หากคิดการสูญเสียจากอุบัติเหตุเทียบกับเครื่องบินโบอิ้งตกก็เท่ากับประเทศมีเครื่องบินตกปีละ 40 ลำ สาเหตุหลักของอุบัติเหตุจราจรคือการขาดวินัยของคน
                นายจำเริญ ยุติธรรมสกุล ตัวแทนกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า ที่ผ่านมา สถิติการเกิดอุบัติเหตุได้ลดลงตามลำดับ แต่คาดว่าคงไม่ลดลงตลอดไป เพราะจำนวนคนเพิ่มและรถบนท้องถนนก็ เพิ่มขึ้น จึงมีเป้าหมายผลักดันแผน แม่บทความปลอดภัยทางถนนจะลดจำนวนผู้ประสบภัยจากอุบัติเหตุบนท้องถนนจากปี 2547 ที่มีกว่า 22.21 คนต่อประชากรแสนคน ให้อยู่ที่ 14.15 คนต่อประชากรแสนคนให้ได้ในปี 2555

ที่มา  http://www.norsorpor.com/ข่าว/

ประเด็นในการเชื่อมโยง
              จากข่าวข้างต้นจะเห็นว่า ปัญหาที่เกิดจากอุบัติเหตุจราจรในบ้านเรานั้น เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นมานาน แม้จะมีการรณรงค์มาอย่างต่อเรื่อง แต่สถิติของผู้เสียชีวิตก็ยังไม่ลดลง ดังนั้นหากเราวิเคราะห์เนื้อหาของข่าว จะเห็นว่ากฎหมายที่เคยกำหนดไว้นั้น ยังมีข้อบกพร่องที่ต้องแก้ไข เช่น ความเร็วในการขับขี่  บทลงโทษผู้กระทำผิด
              การที่จะอยู่ร่วมกันในสังคมได้นั้น ต้องมีกฎเกณฑ์ ข้อบังคับที่กำหนดขึ้นมา เพื่อปฏิบัติในทิศทางเดียวกัน นั่นก็คือ กฎหมาย   ซึ่งการร่างกฎหมายนั้นต้องอาศัยภาษามาเป็นตัวกำหนด ดังนั้นภาษาจึงเป็นสิ่งที่ช่วยธำรงสังคม 

ประเด็นในการศึกษา
ความงามของภาษา  วิชาภาษาไทย ชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย

เนื้อหา
ความหมายของคำว่าภาษา
               ภาษา หมายถึง การพูด การแสดงออกเพื่อสื่อความหมายอย่างเป็นระบบ ระหว่างผู้รับสารและผู้ส่งสาร ภาษาใช้เสียงสื่อความหมายเป็นสำคัญ ดังนั้น ทุกชนชาติจึงมีภาษา นั่นคือภาษาพูด ตัวอักษรไม่ใช่ภาษา แต่เป็นสัญลักษณ์ที่ใช้แทนเสียงในภาษา
ความสัมพันธ์ระหวางเสียงกับความหมาย
             เสียงจะมีความหมายอย่างไร ขึ้นกับการตกลงกันของคนแต่ละกลุ่ม แต่ละพวก นั่นคือ ถ้าเสียงกับความหมายมีความสัมพนธ์กันอย่างใกล้ชิดจริง ๆ แล้ว ทุก ๆ ชนชาติจะใช้คำตรงกัน และในโลกจะมีเพียงภาษาเดียวเท่านั้น
             คำที่พอจะมีความสัมพันธ์ระหว่างเสียงกับความหมายคือ "คำเลียนเสียงธรรมชาติ" ซึ่งมีอยู่น้อยนิดในแต่ละภาษา เช่น คนไทย เรียกนกชนิดหนึ่งว่า กา คนอินเดียเรียก กาก ดังนั้น จึงกล่าวได้ว่า ภาษาเป็นไปตามกำหนดของแต่ละชนกลุ่ม 
กำเนิดภาษา
            ภาษาไม่ได้เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ แต่มนุษย์เป็นผู้สร้างขึ้นมา โดยการกำหนดกันเองว่า แต่ละคำให้มีความหมายอย่างไร ดังนั้น ภาษาในโลกนี้ จึงมีมากหมายหลายร้อยภาษา

การพัฒนาของภาษา
             เมื่อภาษาเกิดขึ้นมาแล้ว ภาษามักจะสะท้อนความเจริญของมนุษย์ผู้สร้างสรรค์ เช่น ภาษาไทย เป็นภาษาที่แสดงให้เห็นถึงคนไทยที่เจริญทางด้านศิลปวัฒนธรรม ตั้งแต่โบราณ ภาษาไทยจึงมีศัพทืเฉพาะที่เกี่ยวกับศิลปวัฒนธรรม แต่ศัพท์ที่เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีไม่ค่อยมี จึงต้องทับศัพท์ หรือคิดค้นคำใหม่ในภายหลัง

การเปลี่ยนแปลงภาษา
            ภาษามีการเปลี่ยนแปลง ทั้งทางด้านเสียง และความหมาย บางคำอาจกลายเป็นเป็นคำสูญหาย ไม่มีใครใช้ ทั้งนี้อาจมีสาเหตุจาก
     1. การพูดในชีวิตประจำวัน ทั้งการกร่อนเสียง เช่น หมากขาม เป็น มะขาม สาวใภ้ เป็น สะใภ้ หรือการกลมกลืนเสียง เช่น อย่างไร เป็น ยังไง อย่างนั้น เป็น อย่างงั้น
     2. อิทธิพลจากภาษาอื่น
          2.1 ในสมัยก่อน ไทยรับภาษาบาลี สันสกฤต และคำเขมรมาใช้ แต่ในปัจจุบัน ไทยรับเอาคำตะวันตกมาใช้ เช่นคำว่า เกียร์ เมตร ไมล์ สังเกตว่า เรารับแต่คำศัพท์มา มิได้รับไวยากรณ์มาด้วย เช่น เราใช้คำว่า เขาสูงห้าฟุต มิใช่ เขาสูงห้าฟิต
          2.2 การใช้สำนวนภาษาต่างประเทศ เช่น มันเป็นการดีที่จะบอกว่า หรือ เขาถูกตี
          2.3 การใช้จำนวนนับอยู่ข้างหน้าคำนาม โดยไม่ใช่ลักษณนาม เช่น 3 โจร ปล้น 5 เหรียญทอง ต้องแก้เป็น โจร 3 คน ปล้นเหรียญทอง 5 เหรียญ
          2.4 การเรียงลำดับคำ เช่น ทุกสภาพถนน ต้องแก้เป็น ถนนทุกสภาพ
          2.5 การเรียงลำดับประโยค เช่น ไทยส่งออกข้าวปีละมาก ๆ ต้องแก้เป็น ไทยส่งข้าวออกปีละมาก ๆ
          2.6 การใช้คำว่า ซึ่ง เช่น อย่าฆ่าซึ่งสัตว์ อย่าตัดซึ่งชีวิตมนุษย์ ควรแก้เป็น อย่าฆ่าสัตว์ อย่างตัดชีวิตมนุษย์
     3. ความเปลี่ยนแปลงของสิ่งแวดล้อม เมื่อสิ่งแวดล้อมมีการเปลี่ยนแปลง ก้อมีการเรียกสิ่งใหม่เช่น จานดาวเทียม โทรศัพท์มือถือ
     4. การเรียนภาษาของเด็ก เมื่อเด็กเริ่มเรียนภาษา อวัยวะต่าง ๆ ยังทำงานไม่เต็มที่ เด็ก ๆ จะออกเสียงเพี้ยนไปจากผู้ใหญ่ บางทีต้องสร้างคำง่าย ๆ เพื่อให้เด็กออกเสียงกัน เช่น หม่ำ แทนคำว่า กิน สมองของเด็กอาจยังไม่พัฒนาเต็มที่ มักอาจผูกประโยคแบบแปลก ๆ ถ้าหากเด็กไม่ได้รับการแก้ไขหรือผู้ใหญ่เห็นว่าน่ารัก อาจนำมาใช้ตาม ก็อาจก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางภาษาได้
ประโยชน์ของภาษา
-ภาษาพัฒนามาตั้งแต่มนุษย์เริ่มรู้จักใช้เครื่องมืดชนิดต่างๆเพื่อการดำรงชีวิต
1.ภาษาช่วยธำรงสังคม สังคมจะธำรงอยู่ได้เมื่อ
1.1)มนุษย์มีไมตรีต่อกัน เช่น ทักทายกัน แม้บางครั้งอาจไม่ต้องการคำตอบ และบางครั้งไม่ตั้งใจฟังด้วยซ้ำว่าผู้ตอบตอบอย่างไร
1.2)ปฏิบัติตามกฎเกณฑ์และระเบียบวินัยทางสังคม เช่น ธรรมเนียมปฏิบัติในครอบครัว กฏของโรงเรียน วินัยทหาร วินัยสงฆ์ กฏหมายในประเทศ กฎหมายระหว่างประเทศ
1.3)ประพฤติตนให้เหมาะแก่ฐานะสังคม บุคคลหนึ่งอาจมีหลายสถานะ ก็ควรปฏิบัติตนในถูกกับสถานะ+เวลานั้นๆ

2.ภาษาแสดงความเป็นปัจเจกบุคคล(นิสัยหรือสันดานคนๆนั้น)
-ปัจเจกบุคคล หมายถึง บุคคลแต่ละคนซึ่งมีลักษณะเฉพาะต่างกัน รวมถึง นิสัย อารมณ์ รสนิยม สติปัญญา ความคิด ทรรศนะ
-ภาษาของแต่ละคนจะแสดงให้เห็นถึงลักษณะของปัจเจกบุคคลนั้นๆ

3.ภาษาช่วยให้มนุษย์พัฒนา
-ด้วยประสบการณ์ของตนเองหรือได้ฟังจากคนอื่นเพิ่มเติม จะทำให้มีความรู้มากขึ้น และนำสิ่งเหล่านี้ไปใช้ ทำให้สังคมมนุษย์พัฒนาตลอด
-การอภิปรายโต้แย้ง ก็ถือว่าช่วยเพิ่มความรู้และความคิดมนุษย์เช่นกัน
-การพัฒนาของมนุษย์มี4ด้าน
+มนุษย์กับสิ่งแวดล้อม
+มนุษย์กับสุขภาพอนามัย
+มนุษย์กับการประกอบอาชีพ
+มนุษย์กับศาสนา

4.ภาษาช่วยกำหนดอนาคต
-มีหลายรูปแบบ เช่น คำสั่ง แผน สัญญา คำพิพากษา กำหนดการ คำพยากรณ์
-บางครั้งเราใช้ภาษาเพื่อกำหนดอนาคตได้อย่างดี ก็อาจล้มเหลวในอนาคต เพาะมีเหตุการณ์อื่นแทรกเข้ามา

5.ภาษาช่วยจรรโลงใจ
-จรรโลง หมายถึง ค้ำจุนให้มั่นคง ใช้ได้ทั้งนามธรรมและรูปธรรม
-จรรโลงใจ หมายถึง ค้ำจุนให้ใจมั่นคง ไม่ตกไปอยู่ฝ่ายต่ำ

ข้อสังเกตเพิ่มเติมเกี่ยวกับอิทธิพลของภาษาต่อมนุษย์
+มนุษย์อาจตกอยู่ใต้อิทธิพลของภาษา เพราะไม่ได้คำนึงว่า ภาษาเป็นเพียงสัญลักษณ์ที่ใช้แทนความเป็นจริงต่างๆ เพื่อสื่อความหมายให้เข้าใจกัน ซึ่งบางทีภาษาอาจทำหน้าที่ไม่ได้อย่างสมบูรณ์ เช่น
-สิ่งเดียวกันแต่เมื่อเรียกต่างกัน แบบนึงพอใจ อีกแบบไม่พอใจ เช่น คนใช้-ลูกจ้าง กรรมกร-ผู้ใช้แรงงาน ทาวน์เฮ้าส์-ตึกแถว
-นิยมปลูกต้นมะยม(=นิยม)กับต้นขนุน(=อุดหนุน) เพราะความหมายดี แต่ไม่นิยมปลูกต้นระกำ(=โศกเศร้า)กับต้นลั่นทม(=ระทม) เพาะความหมายไม่ดี

กิจกรรม 

ทำแบบทดสอบ
จงตอบคำถาม
๑.ภาษาเกิดจากอะไร
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
๒. ภาษาช่วยดำรงสังคมอย่างไร
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
๓. ปัจเจกบุคคล หมายความว่าอย่างไร เกี่ยวข้องกับภาษาอย่างไร
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
๔. เราจะใช้ภาษาในการพัฒนาสังคมอย่างไร
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
๕. จงยกตัวอย่างภาษาช่วยกำหนดอนาคต
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
๖. จงบอกวิธีการถ่ายทอดวัฒนธรรมโดยใช้ภาษา
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
๗. หากไม่มีภาษาช่วยจรรโลงใจ มนุษย์จะเป็นอย่างไร
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
๘. ภาษามีอิทธิพลอย่างไร
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................

แหล่งอ้างอิง
http://board.dserver.org/e/eleven/00000676.html
http://118.175.4.51/www2/e-learning-49/e-learning/test1.htm
http://blog.eduzones.com/winny/3592http://nu.kku.ac.th/site/km/blogs/media/3468-8184.jpg



เข้าชม : 11485
นำเสนอโดย : ครูภริตพร อุปนันต์
โรงเรียนป่าตาลบ้านธิพิทยา
สพม.35
อยู่ในขั้น : เจ้ายุทธภพ

แชร์ไปที่ Facebook

  หมวดหมู่ ภาษาไทย ล่าสุด
พระบรมนามาภิไธย-พระปรมาภิไธย
โดย : [เข้าชม : 14167 ]
กาพย์เห่เรือ ตอน เห่ชมเรือ
โดย : [เข้าชม : 136142 ]
พี่มาก พระโขนง กับคำรื่นหู
โดย : [เข้าชม : 40552 ]
ภาษาในอินเตอร์เน็ตมีผลต่อภาษาไทยอย่างไร
โดย : [เข้าชม : 39001 ]
การเว้นวรรคตอน
โดย : [เข้าชม : 45491 ]
หัวใจชายหนุ่ม ตอนคุณค่าการใช้ภาษา
โดย : [เข้าชม : 44254 ]
มหาเวสสันดรชาดก ตอน องค์ประกอบของชาดก
โดย : [เข้าชม : 41712 ]
มงคลสูตรคำฉันท์ ตอน อำนาจของคำถาม
โดย : [เข้าชม : 44766 ]
มหาเวสสันดรชาดก กัณฑ์มัทรี
โดย : [เข้าชม : 49877 ]
รามเกียรติ์...เอราวัณ
โดย : [เข้าชม : 57419 ]
 10 สาระการเรียนรู้ Text Random
บลูเบอร์รี่...ชิมิ...ชิมิ...
Creative Thinking(แลกเปลี่ยนเรียนรู้นะคะ)
ปรากฏการณ์เรือนกระจก (1)...ส่งผลให้...หอยขาด&หอยมีราคา
ไอเดียสุดเจ๋ง... รับฤดูร้อน
ผงผัดไทยจากไทย...สู่เทศ
Love Song
จิ๋ว...แต่หัวใจใสแจ๋ว
น้ำปลาสูตรเพื่อสุขภาพ
ไวรัส....วายร้าย อ้นตรายที่ใกล้เข้ามา
ฝาแฝดที่มีความเหมือน
 
     "สหวิชา ดอท คอม" เป็นแหล่งรวมเนื้อหาความรู้ต่าง ๆ บอกเล่าประสบการณ์เกี่ยวกับเนื้อหา และการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนจากครูทั่วประเทศ นำมาแลกเปลี่ยนในเว็บไซต์แห่งนี้ ซึ่งเนื้อหาทั้งหมดได้ถูกกลั่นกลรองมาจากความรู้ ประสบการณ์ในการทำงานของทีมงานทุกคน...ดังนั้น ทุกเรื่องราว ทุกเนื้อหาสาระจึงเป็นลิขสิทธิ์ของผู้เขียนและสำนักเทคโนโลยีเพื่อการเรียนการสอน สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ หากบุคคลใดที่มีความประสงค์จะนำเนื้อหาเรื่องราวใด ๆ ในเว็บไซต์แห่งนี้ไปนำเสนอในรูปแบบใด ๆ จึงควรที่จะอ้างอิงและให้เครดิตกับ "สหวิชา ดอท คอม" เพื่อเป็นการสนับสนุนและเป็นกำลังใจในการทำงานแก่ทีมงานทุกคนที่เพียรค้นคว้าหาความรู้มานำเสนอ ขอขอบคุณผู้ที่ให้ความสนใจทุกท่านที่เล็งเห็นความสำคัญในสาระการเรียนรู้ต่าง ๆ ...เราขอน้อมรับทุกคำติชมและจะนำไปพัฒนาปรับปรุงในการทำงานให้ดียิ่งขึ้น ขอขอบคุณ Maxsite 1.10 CMS ที่พัฒนาโดยคนไทย ขอขอบคุณทุก ๆ คลิกที่แวะมาเยี่ยมชมเรา "สหวิชา ดอท คอม"

| เกี่ยวกับสหวิชา.คอม | สาระการเรียนรู้ | บทความ | สื่อการเรียนการสอน | แบบฝึกทักษะ | เล่าสู่กันฟัง | คำถามยอดนิยม | Links น่ารู้ | ทีมงานสหวิชา.คอม | ติดต่อเรา |