[x] ปิดหน้าต่างนี้
ก้าวทุกวินาที กับ... สหวิชา ดอท คอม
ชื่อผู้ใช้ :
รหัสผ่าน :
   
   
หมวดหมู่ : สุขศึกษาและพลศึกษา
พลาสเตอร์คุมกำเนิด
อังคาร ที่ 27 เดือน กรกฏาคม พ.ศ.2553
เป็นวิธีการคุมกำเนิดแบบใหม่ที่มีประสิทธิภาพสูงถึงร้อยละ 99 ลักษณะคล้ายพลาสเตอร์ยา   

ยาคุมกำเนิดชนิดแผ่นแปะผิวหนัง

(Transdermal patch female contraceptive)

            เป็นยาคุมกำเนิดแบบใหม่ที่มีประสิทธิภาพสูงถึงร้อยละ 99  เพิ่งเข้านำเข้ามาใช้ในประเทศไทย มีประสิทธิภาพดีเทียบเท่ายาเม็ดคุมกำเนิดชนิด Combined pill โดยใช้ยาคุมกำเนิดชนิดแผ่นแปะสัปดาห์ละ 1 แผ่น ในระหว่างที่ใช้แผ่นแปะ สามารถทำกิจกรรมต่างๆ ได้ตามปกติ เช่น อาบน้ำ ว่ายน้ำ ออกกำลังกาย โดยไม่มีผลต่อการออกฤทธิ์ของยา จึงเป็นวิธีคุมกำเนิดที่ง่าย สะดวก ลดปัญหาการลืมทานยาเม็ด  ทำให้ไม่อ้วน และช่วยลดผลกระทบต่อการทำงานของตับ นอกจากนี้เมื่อเลิกใช้ยาแล้วจะมีการตกไข่ภายใน 4-6 สัปดาห์ ทำให้มีบุตรง่าย   
        
ยาคุมกำเนิดชนิดแผ่นแปะมีรูปทรงเป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัส ขนาดด้านละ 1 3/4 นิ้ว ผิวเรียบ เป็นแผ่นบาง สีเบจ ประกอบด้วยตัวยาสองชนิด คือโปรเจสโตเจนและเอสโตรเจน ตัวยาดังกล่าวเหมือนกับยาเม็ดคุมกำเนิดทั่วไป เมื่อแปะที่ผิวหนังแล้ว ตัวยาจะค่อยๆซึมผ่านผิวหนังเข้าสู่กระแสเลือดในปริมาณที่สม่ำเสมอ พอดีสำหรับการออกฤทธิ์ป้องกันการตั้งครรภ์
         ใน 1 กล่อง มีแผ่นแปะ 3 แผ่น ซึ่ง 3 แผ่นนี้จะใช้แปะผิวหนังใน 1 รอบเดือน (รอบเดือนปกติของสตรีจะมีระยะเวลาประมาณ 28 วัน หรือ 4 สัปดาห์) โดยในแผ่นของยาคุมกำเนิดจะแปะผิวหนังได้นาน 1 สัปดาห์ และต้องใช้ต่อเนื่อง 3 สัปดาห์ของรอบเดือน ส่วนสัปดาห์ที่ 4 เป็นช่วงที่ไม่มีการใช้ยา  
       สรุป คือ ใน1 รอบเดือน ให้แปะแผ่นยาคุมกำเนิด 3 สัปดาห์ และหยุดแปะ 1 สัปดาห์

                                                         

                                                                          

                                                      

   กลไกในการป้องกันการตั้งครรภ์
          กลไกการออกฤทธิ์ของยาเพื่อป้องกันการตั้งครรภ์ของยาคุมกำเนิดชนิดแผ่นแปะ เหมือนกับยาคุมกำเนิดชนิดกิน คือ ทำให้เมือกที่บริเวณปากมดลูกเหนียวข้นขึ้น ซึ่งทำให้อสุจิผ่านเข้ามาผสมกับไข่ได้ยากขึ้น และมีผลทำให้เยื่อบุมดลูกบางลง ไม่เหมาะต่อการฝังตัวของไข่ นอกจากนี้ยังมีผลยับยั้งการตกไข่  ซึ่งสามารถสรุปได้ป็นข้อๆดังนี้   
   
1.ฮอร์โมนในแผ่นค่อยๆ ออกฤทธิ์ยับยั้งการตกไข่ จากการศึกษาประสิทธิภาพของยาคุมกำเนิดชนิดแผ่นแปะในการยับยั้งการตกไข่ โดยการตรวจติดตามระดับฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนในกระแสเลือดสัปดาห์ละ 2 ครั้ง พบว่าในระยะเวลาหนึ่งปี มีการตกไข่เกิดขึ้นเพียงร้อยละ 5 เท่านั้น
     2.เปลี่ยนแปลงมูกที่บริเวณปากมดลูกให้เหนียวข้น มีผลป้องกันการผ่านของตัวอสุจิ
     3.ยับยั้งการเจริญเติบโตของเยื่อบุโพรงมดลูก ทำให้แห้งบาง ไม่เหมาะสมในการฝังตัวของตัวอ่อน
     4.ลดการสร้างฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนตามธรรมชาติจากรังไข่ในระยะหลังไข่ตกในรอบที่มีการตกไข่เกิดขึ้น

วิธีใช้แผ่นแปะ   
 
    ทำได้สองวิธี วิธีแรกเริ่มใช้วันแรกของรอบเดือน ส่วนวิธีที่สองเริ่มใช้วันอาทิตย์  
    วิธีแรก เรียกว่า "First Day Start" โดยใช้ยาคุมกำเนิดชนิดแผ่นแปะในวันแรกที่รอบเดือนมา โดยเริ่มใช้แผ่นแปะภายใน 24 ชั่วโมง แต่ถ้าเริ่มแปะหลังจากวันแรกไปแล้ว 7 วันแรก ควรใช้การคุมกำเนิดอย่างอื่นร่วมด้วย ส่วนรอบต่อไปก็เปลี่ยนแผ่นในวันที่เคยเปลี่ยน และสามารถมีผลคุมกำเนิดได้ตั้งแต่วันแรกของแผงแรกของรอบนั้นทันที หนึ่งรอบมี 4 สัปดาห์ แปะสัปดาห์ละหนึ่งแผ่น สัปดาห์ที่4 เว้นการแปะ 7 วัน เมื่อเว้นครบ 7 วันแล้ว ไม่ว่ารอบเดือนจะมาหรือไม่มา รอบเดือนมาแล้วจะหยุดหรือไม่หยุด ก็ให้แปะแผ่นแรกของรอบใหม่ทันที   
   วิธีที่สอง เรียกว่า "Sunday Start" โดยเริ่มใช้ยาคุมกำเนิดชนิดแผ่นแปะในวันอาทิตย์ ส่วนรอบต่อไปก็เปลี่ยนแผ่นแปะทุกวันอาทิตย์ ทั้งนี้ในช่วง 7 วันแรก ควรใช้การคุมกำเนิดอย่างอื่นร่วมด้วย วิธีที่สองนี้สามารถมีผลคุมกำเนิดได้ตั้งแต่วันแรกของแผงแรกของรอบนั้นทันที หลักการเดียวกับวิธีที่หนึ่ง คือหนึ่งรอบมี 4 สัปดาห์ แปะสัปดาห์ละหนึ่งแผ่น สัปดาห์ที่4 เว้นการแปะ 7 วัน เมื่อเว้นครบ 7 วันแล้ว ไม่ว่ารอบเดือนจะมาหรือไม่มา รอบเดือนมาแล้วจะหยุดหรือไม่หยุด ก็ให้แปะแผ่นแรกของรอบใหม่ทันที

 ตำแหน่งของแผ่นแปะ 
         ยาคุมกำเนิดชนิดแผ่นแปะ สามารถแปะได้หลายที่ แต่ส่วนมากก็มักแปะที่ท้องน้อย หรือสะโพก แต่ละแผ่นไม่ควรแปะซ้ำที่ แต่ให้เลื่อนออกไปตำแหน่งใหม่  บริเวณที่เหมาะสมในการแปะแผ่นยาคุมกำเนิด คือ สะโพก หน้าท้อง ต้นแขนด้านนอก หรือ แผ่นหลังช่วงบน แต่ห้ามแปะบริเวณหน้าอก

                                                  

                                                                               ภาพจาก www.krubannok.com

1.จุดที่ห้ามแปะคือที่เต้านม และจุดที่จะแปะไม่ควรใช้เครื่องสำอาง หรือแป้งหรือครีม และหลีกเลี่ยงจุดที่มีแผล มีการอักเสบ หรือมีโรคผิวหนัง
2.แปะไว้หนึ่งสัปดาห์แล้วเปลี่ยนแผ่นใหม่ในวันเดียวกัน เช่นแปะเช้าวันจันทร์ ก็เปลี่ยนแผ่นใหม่เช้าวันจันทร์ถัดมา พอครบ 3 แผ่น 3 สัปดาห์ก็เว้นไม่ต้องแปะหนึ่งสัปดาห์ เช่นเดียวกับการกินยาเม็ดคุมกำเนิดแบบ 21 เม็ด
3.ระหว่างแปะไม่ควรแกะออกแล้วแปะใหม่ เพราะการแปะใหม่จะไม่แน่นพอ อาจหลุดได้ง่าย
4.กรณีที่แผ่นหลุด ควรใช้แผ่นใหม่แปะต่อจนครบ 7 วัน โดยให้แผ่นหลุดบวกแผ่นใหม่รวม 7 วัน
วิธีเปลี่ยนมาใช้ยาคุมกำเนิดชนิดแผ่นแปะ

ข้อแนะนำบางประการ

1. หลังจากเว้นไป 7 วันแล้ว หากวันรุ่งขึ้นลืมแปะแผ่นใหม่ ผ่านไป 2 - 3 วันเพิ่งนึกได้ ก็ให้รีบแปะ โดยในช่วง 7 วันแรกต้องใช้การคุมกำเนิดอื่นร่วมด้วยก่อน หลังจากนั้นจึงจะปลอดภัย
2. ถ้าแผ่นแรกแปะครบ 7 วันแล้วลืมแกะออกหรือลืมเปลี่ยนแผ่นใหม่ ทันทีที่นึกได้ ให้รีบเปลี่ยนแผ่นใหม่ทันที ถ้าไม่เกิน 2 วัน ก็ยังมีผลในการคุมกำเนิด แผ่นที่แปะช้าก็แปะไม่ถึง 7 วัน โดยให้อยู่ในล็อคเดิม ส่วนแผ่นที่สามถ้าลืมก็ปฏิบัติเหมือนแผ่นที่สอง
3. ถ้าแผ่นหลุดหรือแผ่นเผยอออก ให้ลองกดดูถ้ายังติดได้ก็ใช้ต่อ แต่ถ้าหมดยางเหนียวหรือยังเผยอ ก็ต้องเปลี่ยนแผ่นใหม่ โดยแปะเท่าเวลาที่เหลือ เช่นแผ่นนั้นยังเหลือ 3 วันแล้วหลุด ก็แปะแผ่นใหม่แค่ 3 วัน แล้วก็เปลี่ยน
4. การเปลี่ยนรอบใหม่กลางคันนั้น ไม่ว่าจะเป็นสาเหตุใดก็ตามที่ต้องการเปลี่ยนรอบใหม่ เช่น แปะไป 2 แผ่นแล้วเลิก ก็สามารถเริ่มรอบใหม่ได้เลย แต่ 7 วันแรกต้องใช้การคุมกำเนิดอื่นช่วยเสริมด้วย ทั้งนี้ หนึ่งรอบ หมายถึง 3 แผ่นสามสัปดาห์บวกกับสัปดาห์ที่ 4 ที่ไม่ต้องแปะ
5. หลังจากแปะแผ่นแล้ว อาบน้ำ ว่ายน้ำ ออกกำลังกายได้ แต่ถ้าบังเอิญแผ่นเผยอหรือหลุด ก็ปฏิบัติตามที่แนะนำข้างต้น
6.ไม่ควรตัดแต่งแผ่นแปะ เช่น ตัดเป็นรูปดาว เพราะอาจทำให้ประสิทธิภาพการคุมกำเนิดลดลงได้ ปกติจุดที่แปะก็มักเป็นจุดซ่อนเร้นจากสายตาอยู่แล้ว
7. การใช้ยาคุมกำเนิดชนิดแผ่นแปะแล้ว จะมียังคงมีรอบเดือน เช่นเดียวกับยาเม็ดคุมกำเนิด หลังจากแกะแผ่นที่สามออกแล้ว วันสองวันเลือดระดูจะมาตามรอบเดือนปกติ

ประเด็นคำถาม   ( ตอบโดยสรุป สั้นแต่ได้ใจความสมบูรณ์ โดยส่งทาง e-mail ที่ครูกำหนดให้แต่ละห้อง )
     1. กลไกในการคุมกำเนิดของแผ่นแปะคุมกำเนิดป็นอย่างไร  
     2. ตำแหน่งที่เหมาะสมในการติดแผ่นแปะคุมกำเนิด ได้แก่บริเวณใดบ้าง 
     3. ตำแหน่งใดบ้าง ที่ห้ามใช้แผ่นแปะคุมกำเนิด 
     4. หากแผ่นแปะคุมกำเนิดหลุด ควรปฏิบัติอย่างไร 
     5. จงบอกข้อดีของอุปกรณ์คุมกำเนิดชนิดนี้มา 3 ข้อ

กิจกรรมเสนอแนะ  
     1. ค้นคว้าเพิ่มเติมถึงข้อเสีย หรือข้อจำกัดของการใช้การคุมกำเนิดวิธีนี้  
     2. จงเปรียบเทียบค่าใช้จ่ายระหว่างแผ่นแปะคุมกำเนิด กับการใช้ยาเม็ดคุมกำเนิด

การบูรณาการกับกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่น 
    1. กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ : ศัพท์เฉพาะทางของอุปกรณ์คุมกำเนิด 
    2. กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ : การคำนวณค่าใช้จ่ายจากการเลือกใช้อุปกรณ์คมกำเนิด
    3. กลุ่มสาระการงานอาชีพและเทคโนโลยี : การค้นคว้าผ่านสื่ออินเตอร์เน็ต  
    4. กลุ่มสาระภาษาไทย : อ่านแล้วสรุปใจความ

แหล่งที่มาของข้อมูล

: นพ.วรวุฒิ เจริญศิริ
ศูนย์ข้อมูลสุขภาพกรุงเทพ
www.bangkokhealth.com
 
www.th.wikipedia.org/wiki/



 



เข้าชม : 15456
นำเสนอโดย : พชรพรรณ สมศรี
โรงเรียนกาวิละวิทยาลัย
สพม.เชียงใหม่ เขต 34
อยู่ในขั้น : เจ้ายุทธภพ

แชร์ไปที่ Facebook

  หมวดหมู่ สุขศึกษาและพลศึกษา ล่าสุด
รู้ได้ไงว่าเราเป็น เบาหวาน!!!
โดย : [เข้าชม : 8862 ]
ถุงยางอนามัยสำหรับผู้หญิง Female Condom(FC.)
โดย : [เข้าชม : 34562 ]
ถุงยางอนามัยชาย( Condom)
โดย : [เข้าชม : 51294 ]
แคปซูลคุมกำเนิด
โดย : [เข้าชม : 33065 ]
ยาคุมกำเนิดแบบฉุกเฉิน
โดย : [เข้าชม : 37560 ]
ยาแปะคุมกำเนิด
โดย : [เข้าชม : 31533 ]
อยากปึ๋งปั๋ง ระวังเสี่ยงตาย!
โดย : [เข้าชม : 32106 ]
ฝ้าขาวในน้ำประปา คืออะไร ดื่มได้หรือไม่
โดย : [เข้าชม : 32294 ]
ประวัติกีฬาฟุตซอล
โดย : [เข้าชม : 35948 ]
กินวิตามิน c เสี่ยงเป็นนิ่ว
โดย : [เข้าชม : 36314 ]
 10 สาระการเรียนรู้ Text Random
แกนโลกเอียงมากขึ้น 10 เซนติเมตร จริงหรือ
แผนจัดการเรียนรู้ ครูวิทย์มือใหม่ เรื่อง ระบบย่อยอาหาร
แผนการจัดการเรียนรู้ ครูวิทย์มือใหม่ เรื่อง ระบบลำเลียงเลือด
นิราศนรินทร์ ตอน เอียงอกเทใจ
นิราศนรินทร์ ตอน โอ่ย โอ้ย...คิดถึงจัง
ครม.อนุมัติร่างกฎ ก.ค.ศ.ฯ ได้รับเงินเดือนสูงกว่าหรือต่ำกว่าขั้นต่ำฯ
ประวัติกีฬาตะกร้อ
ทฤษฏีการเรียนรู้ของบลูม
RCA คืออะไร
ความหมายของหมวกหกใบ (Six Thinking Hats)
 
     "สหวิชา ดอท คอม" เป็นแหล่งรวมเนื้อหาความรู้ต่าง ๆ บอกเล่าประสบการณ์เกี่ยวกับเนื้อหา และการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนจากครูทั่วประเทศ นำมาแลกเปลี่ยนในเว็บไซต์แห่งนี้ ซึ่งเนื้อหาทั้งหมดได้ถูกกลั่นกลรองมาจากความรู้ ประสบการณ์ในการทำงานของทีมงานทุกคน...ดังนั้น ทุกเรื่องราว ทุกเนื้อหาสาระจึงเป็นลิขสิทธิ์ของผู้เขียนและสำนักเทคโนโลยีเพื่อการเรียนการสอน สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ หากบุคคลใดที่มีความประสงค์จะนำเนื้อหาเรื่องราวใด ๆ ในเว็บไซต์แห่งนี้ไปนำเสนอในรูปแบบใด ๆ จึงควรที่จะอ้างอิงและให้เครดิตกับ "สหวิชา ดอท คอม" เพื่อเป็นการสนับสนุนและเป็นกำลังใจในการทำงานแก่ทีมงานทุกคนที่เพียรค้นคว้าหาความรู้มานำเสนอ ขอขอบคุณผู้ที่ให้ความสนใจทุกท่านที่เล็งเห็นความสำคัญในสาระการเรียนรู้ต่าง ๆ ...เราขอน้อมรับทุกคำติชมและจะนำไปพัฒนาปรับปรุงในการทำงานให้ดียิ่งขึ้น ขอขอบคุณ Maxsite 1.10 CMS ที่พัฒนาโดยคนไทย ขอขอบคุณทุก ๆ คลิกที่แวะมาเยี่ยมชมเรา "สหวิชา ดอท คอม"

| เกี่ยวกับสหวิชา.คอม | สาระการเรียนรู้ | บทความ | สื่อการเรียนการสอน | แบบฝึกทักษะ | เล่าสู่กันฟัง | คำถามยอดนิยม | Links น่ารู้ | ทีมงานสหวิชา.คอม | ติดต่อเรา |