[x] ปิดหน้าต่างนี้
ก้าวทุกวินาที กับ... สหวิชา ดอท คอม
ชื่อผู้ใช้ :
รหัสผ่าน :
   
   
หมวดหมู่ : สุขศึกษาและพลศึกษา
ไหว้ครู...เพื่อบูชาครู
พุธ ที่ 11 เดือน พฤษภาคม พ.ศ.2554
การไหว้ครู เป็นการบ่งบอกของการเคารพครู   

พิธีไหว้ครู.....เพื่อบูชาครู

ที่มารูปภาพ  :  http://www.siamzip.com/images/stories/1266600000087_b.jpg

        ไหว้ครู เป็นคำที่คนไทยทุกคนทั้งเด็กและผู้ใหญ่รู้จักเป็นอย่างดี และรู้จักพร้อมๆ กับคำว่า พิธีไหว้ครู ซึ่งคนไทยมักจะถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของการดำรงชีวิตและเป็นสิ่งที่ควรประพฤติปฎิบัติ เพราะเราถือว่าพิธีไหว้ครูเป็นวัฒนธรรมอย่างหนึ่งของไทยเป็นการแสดงถึงความกตัญญูกตเวทีมีต่อครู คนไทยเป็นผู้รู้คุณคนจึงมีพิธีไหว้ครูมาช้านานแล้ว  ในพิธีไหว้ครูนั้น  จะมีสามสิ่ง  คือ บทไหว้ครู  คำปฏิญาณ  เพลงพระคุณที่สาม  ที่ถูกจัดไว้ในกิจกรรมพิธีไหว้ครู 


บทไหว้ครู

ปาเจราจริยา โหนติ คุณุตตรานุสาสกา
ข้าฯขอประณตน้อมสักการ บูรพคณาจารย์ ผู้กอร์ปเกิดประโยชน์ศึกษา
อีกทั้งท่านผู้ประสาทวิชา อบรมจริยา แก่ข้าในกาลปัจจุบัน
ข้าฯ ขอเคารพอภิวันท์ ระลึกคุณอนันต์ ด้วยใจนิยมบูชา
ขอเดชกตเวทิตา อีกวิริยะพา ปัญญาให้เกิดแตกฉาน
ศึกษาสำเร็จทุกประการ อายุยืนนาน อยู่ในศีลธรรมอันดี
ให้ได้เป็นเกียรติเป็นศรี ประโยชน์ทวี แก่ข้าฯ และประเทศไทยเทอญ

คำปฏิญาณตน


เราคนไทย ใจกตัญญู รู้คุณชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
เรานักเรียน จักต้องประพฤติตน ให้อยู่ในระเบียบวินัย ของโรงเรียน
เรานักเรียน จักต้องไม่ทำตน ให้เป็นที่เดือดร้อน แก่ตนเอง และผู้อื่น


เพลงพระคุณที่สาม

ครูบาอาจารย์ที่ท่านประทานความรู้มาให้

อบรมจิตใจให้รู้ผิดชอบชั่วดี

ก่อนจะนอนสวดมนต์อ้อนวอนทุกที

ขอกุศลบุญบารมีส่งเสริมครูนี้ให้ร่มเย็น

ครูมีบุญคุณจึงขอเทิดทูลเอาไว้เหนือเกล้า

ท่านสอนพวกเราอบรมพวกเราไม่เว้น

ท่านอุทิศไม่คิดถึงความยากเย็น

สอนจนรู้จัดเจน เฝ้าเน้น เฝ้าแนะมิได้อำพราง

* พระคุณที่สาม งดงามแจ่มใส แต่ว่าใครหนอใคร

เปรียบเปรยครูไว้ว่าเป็นเรือจ้าง

พลาดจากความจริง ยิ่งเห็นว่าผิดทาง

มีใครไหนบ้างแนะนำแนวทางอย่างครู

บุญเคยทำมาแต่งปางใด ใดเรายกให้ท่าน

ตั้งใจกราบกราน ระลึกคุณท่านกตัญญู

โรคและภัยอย่าหมายแผ้วพานคุณครู

ขอกุศลผลบุญค้ำชู ให้ครูเป็นสุขชั่วนิรันดร์...

        เพลงพระคุณที่สาม  สามารถรับชมและขับร้องพร้อมกับวีดีโอด้านล่างนี้

 

ที่มา : บรรยากาสพิธีไหว้ครูปีการศึกษา 2553 โรงเรียนรัฐราษฎร์อุปถัมภ์  สพป. เชียงใหม่ เขต 3

เนื้อหาสำหรับ   ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้  ทุกระดับชั้น และสำหรับบุคคลทั่วไป

           คำว่า "ไหว้ครู" ในพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตสถาน พ.ศ. 2542 ให้ความหมายไว้ว่า "ไหว้ครู คือการทำพิธีไหว้ ครูบาอาจารย์" ครูบาอาจารย์หมายถึง "ความเป็นผู้รู้ที่สามารถถ่ายทอดความรู้ให้แก่ศิษย์ และสามารถดูแลศิษย์ได้"

         การไหว้ครู คือการที่ศิษย์แสดงความคารวะยอมรับนับถือครูบาอาจารย์อย่างจริงใจว่า ท่านเพียบพร้อมด้วยคุณธรรม ความรู้ ศิษย์ในฐานะผู้สืบทอดมรดกทางวิชาการจึงพร้อมใจกันปวารณาตน  รับการถ่ายทอดวิชาความรู้จากครูด้วยความวิริยะอุตสาหะ มานะ อดทน เพื่อให้บรรลุจุดหมายปลายทางของการศึกษาตามที่ตั้งใจไว้   โดยทั่วไปแล้วจะพบว่ามีการไหว้ครูประเภทต่างๆ เช่น ไหว้ครูดนตรี ไหว้ครูช่าง ไหว้ครูนาฏศิลป์ แม้มวยไทย ก็มีการไหว้ครู จะเห็นว่าวิชาการต่างๆ ของคนไทยนั่นย่อมมีครูทั้งสิ้นส่วนใหญ่จะทำการไหว้ครูปีละครั้ง การที่ศิษย์ต้องเรียนกับครูนั้น   จึงได้ชื่อว่า ศิษย์มีครู และคนไทยก็เป็นคนกตัญญูกตเวทีต่อผู้มีพระคุณจึงคิดถึงครูและมีพิธีไหว้ครู   นอกจากจะแสดงถึงความกตัญญูกตเวทีที่มีต่อครูแล้วศิษย์อาจจะกระทำการอะไรบางอย่างด้วยความคิดของตนเองที่นอกเหนือจากการสอนของครู   แม้ว่าการกระทำนี้จะเป็นการสร้างสรรค์ดี หรือไม่ดีก็ตามก็คือว่าเป็นการผิดครู ทำให้เกิดความไม่สบายใจ   ฉะนั้นการไหว้ครูจึงเป็นโอกาสให้ศิษย์ได้ขอขมาลาโทษต่อครู และมีโอกาสบอกกล่าวครูบาอาจารย์ด้วยว่า   สิ่งใดที่คิดแล้วเกิดความเจริญสร้างสรรค์สิ่งที่ดีก็ขอให้เจริญก้าวหน้าเป็นประโยชน์ต่อสังคมและประเทศชาติต่อไป    แต่ถ้าสิ่งใดคิดแล้วเป็นสิ่งไม่ดี มีการผิดพลาดก็ขอน้อมรับไว้ การบอกกล่าวเช่นนี้เท่ากับเป็นการไหว้ครูช่วยเป็นพยาน และให้อภัยต่อศิษย์   การไหว้ครูนี้นอกจากเป็นเจตนาที่มุ่งไปยังตัวครูเพื่อแสดงความกตัญญูกตเวที การนึกถึงตนเองเพื่อขอขมาลาโทษแล้ว ยังโยงไปสู่สังคมด้วย คือต้องการให้สังคมรับรู้ว่าเราเป็นศิษย์มีครู พิธีไหว้ครูเป็นพิธีที่แสดงให้ทุกคนรับรู้ว่า   ครูของเราเป็นผู้มีความรู้ ความสามารถ เป็นที่เคารพยกย่อง พิธีนี้จึงมีผลต่อการสร้าง ความศรัทธาไปยังผู้อื่นด้วย นอกจากนี้ยังเป็นการสร้างศรัทธาปสาทะให้กับศิษย์ของศิษย์ต่อไป การสร้างศรัทธามิใช่เป็นเรื่องเหลวไหล     แต่เป็นเรื่องของการสร้างความมั่นใจ นั่นคือ ถ้าผู้ใดมีความเชื่อถือผู้หนึ่งผู้ใดอย่างแท้จริงแล้ว ก็จะช่วยให้ผู้นั้นมีความมั่นใจในสิ่งที่จะปฏิบัติ   เช่นในด้านการเรียน ก็เกิดความมั่นใจว่า เราจะเรียนได้ดีแน่ ในเรื่องนั้น เรื่องนี้เพราะเวลาไหว้ครูนั้น ครูจะอวยพรให้กับศิษย์ พรที่ครูให้เป็นสิ่งที่ศิษย์ทุกคนปรารถนา นั่นคือความสุขความเจริญ ความมีอนาคตกว้างไกล รวมทั้งให้มีความสามารถในการเรียนวิชาต่างๆ การมีศรัทธา จึงทำให้เกิดความเชื่อมั่นในความสำเร็จของตนเองมากขึ้น ดังนั้นการไหว้ครูจึงมีผลต่อการสร้างศรัทธาปสาทะให้กับลูกศิษย์ และแสดงว่า เราเป็นศิษย์มีครู คำว่า "ศิษย์มีครู" หมายถึง "คนเก่งที่มีครูเก่ง"
นั่นคือ การไหว้ครูมิใช่ให้สังคมยอมรับรู้ว่าเราเป็นศิษย์มีครูเพียงอย่างเดียว แต่ต้องการให้สังคมยอมรับรู้เพิ่มเติมว่า ที่เราเป็นคนเก่ง   และเป็นที่ยอมรับของสังคม เพราะเรามี  " ครูเก่ง" พิธีไหว้ครู จึงมีความหมายได้หลายนัย มีความขลัง   และมีความศักดิ์สิทธ์มาก

ที่มารูปภาพ : http://www.sudhits.com/wp-content/uploads/2010/06/564391262006451faifilm.jpg

          การไหว้ครู  ต้องเป็นการไหว้ที่ออกมาจากน้ำใสใจจริง ซึ่งได้แก่การบูชา การแสดงความคารวะ และความกตัญญู

          เมื่อตั้งจิตสำนึกว่าจะยกย่องเทิดทูนคุณความดี เรียกว่า บูชา

          ด้วยความสำนึก และตระหนักถึงความสำคัญของท่านเรียกว่า คารวะ

          ด้วยความสำนึก และระลึกถึงอุปการคุณของท่านเรียกว่า กตัญญู

          การไหว้ครูด้วยจิตที่ตั้งมั่นที่จะบูชา แสดงความคารวะ และแสดงความกตัญญูนั้น ตัวศิษย์เองจะมีความรู้สึกที่ดีว่า

          1. เราเป็นผู้ที่มีโอกาสได้รับการถ่ายทอดวิชาความรู้ของครูอย่างเต็มที่

          2. เราได้ใช้ความรู้ที่ได้เล่าเรียนมานั้นให้เกิดประโยชน์แก่ตนเองและผู้อื่น

          3. เราจะเป็นผู้ไม่ตกต่ำ

          4. เราจะทำให้ความรู้และวิทยาการต่าง ๆ ก้าวหน้าขึ้น

        การพิธีไหว้ครู ตามแบบที่กระทรวงศึกษาธิการกำหนดไว้ จะต้องเตรียมสิ่งต่าง ๆ ดังต่อไปนี้

ด้านสถานที่
1.โต๊ะหมู่บูชา โดยตั้งไว้ที่สูงบนเวทีชิดด้านหลัง ข้างหน้ามีกระถางดอกไม้และธูปเทียน และ โต๊ะ
 เพื่อวางพานดอกไม้และธูปเทียนที่นำมาบูชา
2.หนังสือ เพื่อให้ประธานเจิม โดยเอาหนังสือวางไว้บนพาน บนโต๊ะเล็กหน้าที่บูชา
3.ที่นั่งประธาน และ คณาจารย์ จัดไว้ข้าง ๆ ที่บูชา
4.ที่นั่งสำหรับนั่งเรียน

สิ่งที่ต้องเตรียมในการไหว้ครู
1.พานดอกไม้ ประกอบด้วยพืชชนิดต่าง ๆ เช่น หญ้าแพรก (หมายถึง การเจริญงอกงามของสติปัญญา)
 ดอกมะเขือ (หมายถึง การอ่อนน้อมถ่อมตน) ดอกเข็ม (หมายถึง เฉลียวฉลาด) จะใส่เท่าไรก็ตามให้สวยงาม พอควร
2.ธูปเทียน

พิธีการ
1.เมื่อประธานมาถึง ให้กราบทำความเคารพ จนกว่าคุณครูทุกท่านจะผ่านไปหมดทุกคน
2.ให้ประธานจุดธูปเทียน นมัสการพระพุทธรูปที่แท่นหมู่บูชา
3.เริ่มพิธีโดยการสวดมนต์ ตามด้วยเจิมหนังสือเพื่อความเป็นสิริมงคล
4.หลังจากนั้นกล่าวคาถาไหว้ครู และวรรคแรกของคำไหว้ครู
5.เมื่อกล่าวคำไหว้ครูเสร็จแล้ว ให้ว่าคาถาไหว้ครูตอนท้าย
6.ตัวแทนนักเรียนกล่าวคำปฏิญาณตน
7.ให้ตัวแทนของแต่ละห้องนำพานไปให้คุณครูแต่ละท่าน

        พิธีไหว้ครู เป็นพิธีกรรมที่เป็นประเพณีของไทยที่นิยมปฏิบัติมาแต่สมัยโบราณ แสดงถึงความระลึกถึงบุญคุณของครู   การไหว้ครูเป็นการแสดงตนว่าขอเป็นศิษย์ของท่านโดยตรง


          การไหว้ครู  มีใช้ในหลายกิจกรรม เช่น การไหว้ครูในโรงเรียน พิธีกรรมของโรงเรียนในวันครู การไหว้ครูมวย เป็นการไหว้ครูด้วยลีลาของศิลปะมวยไทย เช่นเดียวกับกระบี่กระบอง การไหว้ครู ก่อนการแสดงศิลปะดนตรี   เช่น หนังตะลุง และการไหว้ครูในงานประพันธ์ เรียกว่า บทไหว้ครู หรือ อาเศียรวาท (อาเศียรพาท ก็ว่า) เป็นการกล่าวระลึกถึงบุญคุณครู และขอความเป็นมงคล   โดยปรกติสถานศึกษามักจัดพิธีไหว้ครูขึ้นในวันพฤหัสบดีวันใดวันหนึ่งในราวเดือนพฤษภาคมหรือเดือนมิถุนายน

          ดอกไม้  ที่ใช้ในการไหว้ครูในพิธีไหว้ครูนับตั้งแต่สมัยก่อน จะใช้ดอกไม้หลัก 3  อย่างในการทำพาน ซึ่งดอกไม้ ความหมายในการระลึกคุณครู ได้แก่

        1.หญ้าแพรก สื่อถึง ขอให้เรียนได้เร็วเหมือนหญ้าแพรก ที่โตได้เร็วและทนต่อสภาพดินฟ้า อากาศ ทนต่อการเหยียบย่ำ ซึ่งเปรียบเสมือน คำดุด่าของครูบาอาจารย์
        2.ดอกเข็ม สื่อถึง ขอให้มีสติปัญญาเฉียบแหลม เหมือนชื่อของดอกเข็ม
        3.ดอกมะเขือ สื่อถึง การเปรียบเทียบว่า มะเขือนั้น จะคว่ำดอกลงเสมอเมื่อจะออกลูก แสดงถึง นักเรียนที่จะเรียนให้ได้ผลดีนั้นต้องรู้จักอ่อนน้อม ถ่อมตน เป็นคนสุภาพเรียบร้อย เหมือนมะเขือที่โน้มลง
        4.ข้าวตอก เนื่องจากข้าวตอกเกิดจากข้าวเปลือกที่คั่วด้วยไฟอ่อนๆ ให้ร้อนเสมอกันจนถึงจุดหนึ่งที่เนื้อข้างในขยายออก จนดันเปลือกให้แยกออกจากกัน ได้ข้าวสีขาวที่ขยายเม็ดออกบาน ซึ่งสามารถนำไปประกอบพิธีกรรม หรือทำขนมต่างๆได้ ดังนั้น ข้าวตอกจึงเป็นสัญลักษณ์ของความมีระเบียบวินัย หากใครสามารถทำตามกฎระเบียบ เอาชนะความซุกซนและความเกียจคร้านของตัวเองได้ ก็จะเหมือนข้าวตอกสีขาวที่ถูกคั่วออกจากข้าวเปลือก

ที่มาข้อมูล : http://www.east.spu.ac.th/activities48/pr/pr01.html

ที่มารูปภาพ : http://www.thaigoodview.com/files/u9/orchid.jpg

คำถาม

     ทำไมต้องใหว้ครูในวันพฤหัสบดี  ?

กิจกรรมเสนอแนะ

        ตามคติของพราหมณ์นับถือพระพฤหัสบดีว่าเป็น "ครู" ของเทวดา เป็นเทพที่เจรจาไพเราะ ในตำราโหราศาสตร์เรียก "พระพฤหัสบดี" ว่า "ครุเทว" เรียกวันที่ 5 ของสัปดาห์ว่า "พฤหัสบดีวาร" หรือ "ครุวาร" ซึ่งหมายถึง "วันครู" ด้วยเหตุนี้ เมื่อกระทรวงศึกษาธิการกำหนดให้โรงเรียนต่างๆ จัดพิธีไหว้ครูเมื่อเปิดเรียน จึงได้กำหนดวันให้ทำพร้อมๆ กันในวันครู คือ "วันพฤหัสบดี" ซึ่งเป็นวันที่มีความหมายตรงกับพิธีดีกว่าวันอื่นๆ

นอกจากนี้ยังเชื่อกันว่า เทวดาประจำวันมีกำลังต่างกัน เช่น

พระอาทิตย์ มีกำลัง 6
พระจันทร์ " 15
พระอังคาร์ " 8
พระพุธ " 17
พระพฤหัสบดี " 19
พระศุกร์ " 21
พระเสาร์ " 10

          จะเห็นได้ว่าพระศุกร์มีกำลังมากกว่าเทวดาองค์อื่นๆ แต่ไม่ได้รับเลือกให้เป็นวันไหว้ครู ทั้งนี้ก็เพราะพระศุกร์เป็นอาจารย์ฝ่ายทศกัณฐ์ เรียกว่า ฝ่ายรุกราน ส่วนพระพฤหัสบดีมีกำลัง 19 (สร้างจากฤๅษี 19 ตน) ก็จริง แต่เป็นครูของเทวดา ในทางโหราศาสตร์ถือว่าผู้ที่เกิดวันพฤหัสบดีมีพระเกตุคุ้มครองให้พ้นจากอันตรายต่างๆ ฉะนั้นจึงได้กำหนดเอาวันพฤหัสบดีเป็นวันไหว้ครู เพราะเชื่อว่า วันพฤหัสบดีจะคุ้มครองคนที่เกิดวันอื่นๆ ได้ด้วย  

ที่มา : http://guru.google.co.th/guru/thread?tid=233f958be3fd888a

ที่มารูปภาพ : http://campus.sanook.com/story_picture/m/02341_004.jpg




เข้าชม : 10212
นำเสนอโดย : นางสาวบุณยรัตน์ สุวิชา
รัฐราษฎร์อุปถัมภ์
สพป. เชียงใหม่ เขต 3
อยู่ในขั้น : เจ้ายุทธภพ

แชร์ไปที่ Facebook

  หมวดหมู่ สุขศึกษาและพลศึกษา ล่าสุด
รู้ได้ไงว่าเราเป็น เบาหวาน!!!
โดย : [เข้าชม : 2368 ]
ถุงยางอนามัยสำหรับผู้หญิง Female Condom(FC.)
โดย : [เข้าชม : 30215 ]
ถุงยางอนามัยชาย( Condom)
โดย : [เข้าชม : 43733 ]
แคปซูลคุมกำเนิด
โดย : [เข้าชม : 28899 ]
ยาคุมกำเนิดแบบฉุกเฉิน
โดย : [เข้าชม : 32415 ]
ยาแปะคุมกำเนิด
โดย : [เข้าชม : 27870 ]
อยากปึ๋งปั๋ง ระวังเสี่ยงตาย!
โดย : [เข้าชม : 28772 ]
ฝ้าขาวในน้ำประปา คืออะไร ดื่มได้หรือไม่
โดย : [เข้าชม : 28913 ]
ประวัติกีฬาฟุตซอล
โดย : [เข้าชม : 31718 ]
กินวิตามิน c เสี่ยงเป็นนิ่ว
โดย : [เข้าชม : 32957 ]
 10 สาระการเรียนรู้ Text Random
Alphabet: ตัวอักษรภาษาอังกฤษ
ส่ง EMS หัวใจ
ดวงเฮงถูกล็อตเตอรี่รางวัลที่ 1
พบดาวเคราะห์น้อยลึกลับโคจรสะกดรอย ตามโลกต้อยๆ 2แสนปี
Canape
วิถีชีวิตยุคใหม่ "มือถือแอนดรอยด์" เปิดปิดไฟบ้าน
Nobody doesn't know him. And you?
Social Media อาวุธใหม่ของการเมืองไทย
Using ONET score'55 for stundent P.6 and M. 3
ทำไมคำในภาษาไทยต้องมีตัวการันต์
 
     "สหวิชา ดอท คอม" เป็นแหล่งรวมเนื้อหาความรู้ต่าง ๆ บอกเล่าประสบการณ์เกี่ยวกับเนื้อหา และการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนจากครูทั่วประเทศ นำมาแลกเปลี่ยนในเว็บไซต์แห่งนี้ ซึ่งเนื้อหาทั้งหมดได้ถูกกลั่นกลรองมาจากความรู้ ประสบการณ์ในการทำงานของทีมงานทุกคน...ดังนั้น ทุกเรื่องราว ทุกเนื้อหาสาระจึงเป็นลิขสิทธิ์ของผู้เขียนและสำนักเทคโนโลยีเพื่อการเรียนการสอน สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ หากบุคคลใดที่มีความประสงค์จะนำเนื้อหาเรื่องราวใด ๆ ในเว็บไซต์แห่งนี้ไปนำเสนอในรูปแบบใด ๆ จึงควรที่จะอ้างอิงและให้เครดิตกับ "สหวิชา ดอท คอม" เพื่อเป็นการสนับสนุนและเป็นกำลังใจในการทำงานแก่ทีมงานทุกคนที่เพียรค้นคว้าหาความรู้มานำเสนอ ขอขอบคุณผู้ที่ให้ความสนใจทุกท่านที่เล็งเห็นความสำคัญในสาระการเรียนรู้ต่าง ๆ ...เราขอน้อมรับทุกคำติชมและจะนำไปพัฒนาปรับปรุงในการทำงานให้ดียิ่งขึ้น ขอขอบคุณ Maxsite 1.10 CMS ที่พัฒนาโดยคนไทย ขอขอบคุณทุก ๆ คลิกที่แวะมาเยี่ยมชมเรา "สหวิชา ดอท คอม"

| เกี่ยวกับสหวิชา.คอม | สาระการเรียนรู้ | บทความ | สื่อการเรียนการสอน | แบบฝึกทักษะ | เล่าสู่กันฟัง | คำถามยอดนิยม | Links น่ารู้ | ทีมงานสหวิชา.คอม | ติดต่อเรา |