[x] ปิดหน้าต่างนี้
ก้าวทุกวินาที กับ... สหวิชา ดอท คอม
ชื่อผู้ใช้ :
รหัสผ่าน :
   
   
หมวดหมู่ : สุขศึกษาและพลศึกษา
ประวัติกีฬาตะกร้อ
พฤหัสบดี ที่ 3 เดือน มกราคม พ.ศ.2556
ไทย ก็นิยมเล่นกีฬาตะกร้อมายาวนาน และประยุกต์จนเข้ากับประเพณีของชนชาติไทยอย่างกลมกลืนและสวยงามทั้งด้านทักษะและความคิด   

สาระการเรียนรู้ สุขศึกษาและพลศึกษา   ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6

สาระที่ ๓ :
  การเคลื่อนไหว การออกกำลังกาย  เกม  กีฬาไทย และกีฬาสากล

มาตรฐาน พ ๓. ๑: 
เข้าใจ มีทักษะในการเคลื่อนไหว กิจกรรมทางกาย การเล่นเกมและกีฬา

มาตรฐาน พ ๓.๒ : รักการออกกำลังกาย การเล่นเกม และการเล่นกีฬา  ปฏิบัติเป็นประจำ  อย่างสม่ำเสมอ  มีวินัย  เคารพสิทธิ กฎ กติกา  มีน้ำใจนักกีฬา  มีจิตวิญญาณในการแข่งขัน  และชื่นชมในสุนทรียภาพของการกีฬา

จุดประสงค์การเรียนรู้  สามารถอธิบายประวัติกีฬาตะกร้อได้

      ประวัติตะกร้อ ในการค้นคว้าหาหลักฐานเกี่ยวกับแหล่งกำเนิดการกีฬาตะกร้อในอดีตนั้น ยังไม่สามารถหาข้อสรุปได้อย่างชัดเจนว่ากีฬาตะกร้อนั้นกำเนิดจากที่ใด จากการสันนิษฐานคงจะได้หลายเหตุผลดังนี้
    ประเทศพม่า เมื่อประมาณ พ.ศ. 2310 พม่ามาตั้งค่ายอยู่ที่โพธิ์สามต้น ก็เลยเล่นกีฬาตะกร้อกัน ซึ่งทางพม่าเรียกว่า "ชิงลง"
    ทางมาเลเซียก็ประกาศว่า ตะกร้อเป็นกีฬาของประเทศมาลายูเดิมเรียกว่า ซีปักรากา (Sepak Raga) คำว่า Raga หมายถึง ตะกร้า
    ทางฟิลิปปินส์ ก็นิยมเล่นกันมานานแล้วแต่เรียกว่า Sipak
    ทางประเทศจีน ก็มีกีฬาที่คล้ายกีฬาตะกร้อแต่เป็นการเตะตะกร้อชนิดที่เป็นลูกหนัง ปักขนไก่ ซึ่งจะศึกษาจากภาพเขียนและพงศาวดารจีน ชาวจีนกวางตุ้งที่เดินทางไปตั้งรกรากในอเมริกาได้นำการเล่นตะกร้อขนไก่นี้ไป เผยแพร่ แต่เรียกว่าเตกโก (Tek K'au) ซึ่งหมายถึงการเตะลูกขนไก่
    ประเทศเกาหลี ก็มีลักษณะคล้ายกับของจีน แต่ลักษณะของลูกตะกร้อแตกต่างไป คือใช้ดินเหนียวห่อด้วยผ้าสำลีเอาหางไก่ฟ้าปัก
    ประกาศไทย ก็นิยมเล่นกีฬาตะกร้อมายาวนาน และประยุกต์จนเข้ากับประเพณีของชนชาติไทยอย่างกลมกลืนและสวยงามทั้งด้านทักษะและความคิด



 
    ประวัติตะกร้อในประเทศไทย

           ในสมัยโบราณนั้นประเทศไทยเรามีกฎหมายและวิธีการลงโทษผู้กระทำความผิด โดยการนำเอานักโทษใส่ลงไปในสิ่งกลมๆที่สานด้วยหวายให้ช้างเตะ แต่สิ่งที่ช่วยสนับสนุนประวัติของตะกร้อได้ดี คือ ในพระราชนิพนธ์เรื่องอิเหนาของรัชกาลที่ 2 ในเรื่องมีบางตอนที่กล่าวถึงการเล่นตะกร้อ และที่ระเบียงพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ซึ่งเขียนเรื่องรามเกียรติ์ ก็มีภาพการเล่นตะกร้อแสดงไว้ให้อนุชนรุ่นหลังได้รับรู้
          โดยภูมิศาสตร์ของไทยเองก็ส่งเสริมสนับสนุนให้เราได้ทราบประวัติของตะกร้อ คือประเทศของเราอุดมไปด้วยไม้ไผ่ หวายคนไทยนิยมนำเอาหวายมาสานเป็นสิ่งของเครื่องใช้ รวมถึงการละเล่นพื้นบ้านด้วย อีกทั้งประเภทของกีฬาตะกร้อในประเทศไทยก็มีหลายประเภท เช่น ตะกร้อวง ตะกร้อลอดห่วง ตะกร้อชิงธงและการแสดงตะกร้อพลิกแพลงต่างๆ ซึ่งการเล่นตะกร้อของประเทศอื่นๆนั้นมีการเล่นไม่หลายแบบหลายวิธีเช่นของไทย เรา
         การเล่นตะกร้อมีวิวัฒนาการ อย่างต่อเนื่องมาตามลำดับทั้งด้านรูปแบบและวัตถุดิบในการทำจากสมัยแรกเป็น ผ้า, หนังสัตว์, หวาย, จนถึงประเภทสังเคราะห์ (พลาสติก)
    ความหมาย    คำว่าตะกร้อ ตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตสถาน พ.ศ. 2525 ได้ให้คำจำกัดความเอาไว้ว่า "ลูกกลมสานด้วยหวายเป็นตา สำหรับเตะ"

วิวัฒนาการการเล่น

          การ เล่นตะกร้อได้มีวิวัฒนาการในการเล่นมาอย่างต่อเนื่อง ในสมัยแรกๆ ก็เป็นเพียงการช่วยกันเตะลูกไม่ให้ตกถึงพื้นต่อมาเมื่อเกิดความชำนาญและหลีก หนีความจำเจ ก็คงมีการเริ่มเล่นด้วยศีรษะ เข่า ศอก ไหล่ มีการจัดเพิ่มท่าให้ยากและสวยงามขึ้นตามลำดับ จากนั้นก็ตกลงวางกติกาการเล่นโดยเอื้ออำนวยต่อผู้เล่นเป็นส่วนรวม อาจแตกต่างไปตามสภาพภูมิประเทศของแต่ละพื้นที่ แต่คงมีความใกล้เคียงกันมากพอสมควร

- ตะกร้อข้ามตาข่าย
    - ตะกร้อลอดบ่วง
    - ตะกร้อพลิกแพลงเป็นต้น
 เมื่อมีการวางกติกาและท่าทางในการเล่นอย่างลงตัวแล้วก็เริ่มมีการแข่งขันกันเกิดขึ้นในประเทศไทยตาม


                              ประวัติตะกร้อตั้งแต่อดีตที่ได้บันทึกไว้ดังนี้

    พ.ศ. 2472 กีฬาตะกร้อเริ่มมีการแข่งขันครั้งแรกภายในสมาคมกีฬาสยาม
    พ.ศ. 2476 สมาคมกีฬาสยามประชุมจัดร่างกติกาในการแข่งขันกีฬาตะกร้อข้ามตาข่ายและเปิด ให้มีการแข่งขันในประเภทประชาชนขึ้นเป็นครั้งแรก
    พ.ศ. 2479 ทางการศึกษาได้มีการเผยแพร่จัดฝึกทักษะในโรงเรียนมัธยมชายและเปิดให้มีแข่งขันด้วย
    พ. ศ. 2480 ได้มีการประชุมจัดทำแก้ไขร่างกฎระเบียบให้สมบูรณ์ขึ้น โดยอยู่ในความควบคุมดูแลของ เจ้าพระยาจินดารักษ์ และกรมพลศึกษาก็ได้ออกประกาศรับรองอย่างเป็นทางการ
    พ. ศ. 2502 มีการจัดการแข่งขันกีฬาแหลมทอง ครั้งที่ 1 ขึ้นที่กรุงเทพฯ มีการเชิญนักตะกร้อชาวพม่ามาแสดงความสามารถในการเล่นตะกร้อพลิกแพลง
    พ. ศ. 2504 กีฬาแหลมทองครั้งที่ 2 ประเทศพม่าได้รับเกียรติให้เป็นเจ้าภาพในการแข่งขัน นักตะกร้อของไทยก็ได้ไปร่วมแสดงโชว์การเตะตะกร้อแบบพลิกแพลงด้วย
    พ.ศ. 2508 กีฬาแหลมทองครั้งที่ 3 จัดขึ้นที่ประเทศมาเลเซีย ได้มีการบรรจุการเตะตะกร้อ 3 ประเภท เข้าไว้ในการแข่งขันด้วยก็คือ
    - ตะกร้อวง
    - ตะกร้อข้ามตาข่าย
    - ตะกร้อลอดบ่วง
    อีกทั้งมีการจัดประชุมวางแนวทางด้านกติกาทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษเพื่อ สะดวกในการเล่นและการเข้าใจของผู้ชมในส่วนรวมอีกด้วย  พอเสร็จสิ้นกีฬาแหลมทองครั้งที่ 3 กีฬาตะกร้อได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นเป็นอันมาก บทบาทของประเทศมาเลเซียก็เริ่มมีมากขึ้น จากการได้เข้าร่วมในการประชุมตั้งกฎกติกากีฬาตะกร้อประเภทข้ามตาข่าย หรือที่เรียกว่า "เซปักตะกร้อ" และส่งผลให้กีฬาตะกร้อข้ามตาข่าย ได้รับการบรรจุเข้าในการแข่งขันกีฬาแหลมทองครั้งที่ 4 จนถึงปัจุบัน

   ประโยชน์

          ในประเทศไทย พลเมืองส่วนมากชอบที่จะดูและเล่นตะกร้อกันโดยทั่วไป แต่การที่จะเล่นให้ได้ดีต้องอาศัยเวลาในการฝึกฝนอย่างต่อเนื่องและยาวนาน กีฬาตะกร้อเป็นกีฬาที่สนุกสนานต่อเนื่องเล่นได้ไม่จำกัด เพียงแต่เราฝึกหัดเบื้องต้นเพียงเล็กน้อยก็สามารถเล่นกีฬาตะกร้อได้แล้ว ราคาของอุปกรณ์ที่ถูกและทนทานใช้สถานที่ในการเล่นน้อย มีประโยชน์หลายอย่าง เช่น
    - ช่วยให้ประสาททุกส่วนว่องไวและตอบสนองได้ดียิ่งขึ้น
    - ช่วยในการทรงตัว
    - ช่วยด้านจิตใจ สุขุม รู้แพ้รู้ชนะ การให้อภัย
    - ลดความเครียด
    - ทำให้ร่างกายแข็งแรง


   ความมุ่งหมายประวัติตะกร้อ

          กีฬาตะกร้อนั้นอาจจะสรุปความมุ่งหมายในธรรมชาติของกีฬาตะกร้อได้อย่างกว้างๆดังนี้คือ

    - เล่นง่าย คือเล่นสนุกสนานแต่ถ้าเล่นให้ได้ดีก็ควรต้องมีการฝึกฝนอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ
    - ไม่จำกัดเวลาและสถานที่ในการเล่น
    - ประหยัดค่าใช้จ่ายในการซื้ออุปกรณ์และเวลาในการเล่น
    - ทำให้เกิดการตื่นตัว
    - ทำให้จิตใจสุขุมเยือกเย็น
    - มีระบบในการตัดสินใจรวดเร็วและถูกต้อง
    - ทำให้มีระบบประสาททางความคิดดี
    - มีสุขภาพพลานามัยแข็งแรงไร้โรคภัยต่างๆ
    - ทำให้เกิดความเพลิดเพลิน
    - ทำให้เกิดความสามัคคีทั้งในหมู่คณะและส่วนรวม
    - ทำให้รู้จักการรวมกลุ่มในสังคม การเข้าสังคม
    - รู้จักการสร้างความปลอดภัยในการเล่น
    - ใช้เป็นแนวทางในการเล่นกีฬาชนิดอื่นๆ ได้อย่างต่อเนื่อง เช่น ฟุตบอล
    - สามารถใช้เป็นแนวทางในการถ่ายทอดศิลปะและอนุรักษ์ศิลปะประจำชาติได้อีกด้วย

ประเด็นคำถาม


1.ประวัติความเป็นมาของกีฬาตะกร้อเป็นอย่างไรบ้าง

การบูรณาการกับสาระการเรียนรู้อื่นๆ


1. สาระการเรียนรู้ภาษาไทย  เรื่อง การอภิปรายประวัติความเป็นมาของกีฬาตะกร้อ
2. สาระการเรียนรู้สังคม ศาสนาและวัฒนธรรม เรื่อง ประวัติความเป็นมาของกีฬาตะกร้อ

กิจกรรมเสนอแนะ


1.มอบหมายให้นักเรียนจัดป้ายนิเทศประวัติกีฬาตะกร้อ
2.นักเรียนศึกษาแหล่งเรียนรุ้เพิ่มเติมที่ห้องสมุดของโรงเรียน

แหล่งที่มา:


1.http://paidoo.net/tag
2.http://www.sport-za.com
3.http://www.google.co.th/imglanding

เข้าชม : 69247
นำเสนอโดย : จักรวัฒน์ เครือคำอ้าย
โรงเรียนวัฒโนทัยพายัพ อำเภอเมิอง จังหวัดเชียงใหม่
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต 34 (เชียงใหม่ - แม่ฮ่องสอน)
อยู่ในขั้น : เจ้ายุทธภพ

แชร์ไปที่ Facebook

  หมวดหมู่ สุขศึกษาและพลศึกษา ล่าสุด
นอนไม่หลับเป็นภัยกับผู้สูงอายุ เป็นชนวนโรคความดันโลหิตสูง
โดย : [เข้าชม : 22115 ]
รู้ได้ไงว่าเราเป็น เบาหวาน!!!
โดย : [เข้าชม : 36610 ]
ถุงยางอนามัยสำหรับผู้หญิง Female Condom(FC.)
โดย : [เข้าชม : 61535 ]
ถุงยางอนามัยชาย( Condom)
โดย : [เข้าชม : 96088 ]
แคปซูลคุมกำเนิดหรือยาฝังคุมกำเนิด (ปรับปรุง2558)
โดย : [เข้าชม : 61844 ]
ยาคุมกำเนิดแบบฉุกเฉิน
โดย : [เข้าชม : 70817 ]
แผ่นแปะคุมกำเนิด(พลาสเตอร์คุมกำเนิด)
โดย : [เข้าชม : 55306 ]
อยากปึ๋งปั๋ง ระวังเสี่ยงตาย!
โดย : [เข้าชม : 54522 ]
ฝ้าขาวในน้ำประปา คืออะไร ดื่มได้หรือไม่
โดย : [เข้าชม : 55256 ]
ประวัติกีฬาฟุตซอล
โดย : [เข้าชม : 68337 ]
 10 สาระการเรียนรู้ Text Random
มหัศจรรย์เห็ดหลินจือ
ปูสายพันธุ์ใหม่ "ปูสตอเบอร์รี่"
ของขวัญจากสวรรค์ "สุริยุปราคารับปีใหม่ 15 ม.ค. 53"
การปรับตัวของสิ่งมีชีวิต
ความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิต:สายใยอาหารและห่วงโซ่อาหาร
ปรากฏการณ์เรือนกระจกคืออะไร?
มารู้จัก "เสือ" ปีขาลกันเถอะ
คำขวัญ คติพจน์ คำคม
สมุนไพรไม่ปลอดภัยเสมอไป
เพลงประจำวันเด็ก
 
     "สหวิชา ดอท คอม" เป็นแหล่งรวมเนื้อหาความรู้ต่าง ๆ บอกเล่าประสบการณ์เกี่ยวกับเนื้อหา และการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนจากครูทั่วประเทศ นำมาแลกเปลี่ยนในเว็บไซต์แห่งนี้ ซึ่งเนื้อหาทั้งหมดได้ถูกกลั่นกลรองมาจากความรู้ ประสบการณ์ในการทำงานของทีมงานทุกคน...ดังนั้น ทุกเรื่องราว ทุกเนื้อหาสาระจึงเป็นลิขสิทธิ์ของผู้เขียนและสำนักเทคโนโลยีเพื่อการเรียนการสอน สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ หากบุคคลใดที่มีความประสงค์จะนำเนื้อหาเรื่องราวใด ๆ ในเว็บไซต์แห่งนี้ไปนำเสนอในรูปแบบใด ๆ จึงควรที่จะอ้างอิงและให้เครดิตกับ "สหวิชา ดอท คอม" เพื่อเป็นการสนับสนุนและเป็นกำลังใจในการทำงานแก่ทีมงานทุกคนที่เพียรค้นคว้าหาความรู้มานำเสนอ ขอขอบคุณผู้ที่ให้ความสนใจทุกท่านที่เล็งเห็นความสำคัญในสาระการเรียนรู้ต่าง ๆ ...เราขอน้อมรับทุกคำติชมและจะนำไปพัฒนาปรับปรุงในการทำงานให้ดียิ่งขึ้น ขอขอบคุณ Maxsite 1.10 CMS ที่พัฒนาโดยคนไทย ขอขอบคุณทุก ๆ คลิกที่แวะมาเยี่ยมชมเรา "สหวิชา ดอท คอม"

| เกี่ยวกับสหวิชา.คอม | สาระการเรียนรู้ | บทความ | สื่อการเรียนการสอน | แบบฝึกทักษะ | เล่าสู่กันฟัง | คำถามยอดนิยม | Links น่ารู้ | ทีมงานสหวิชา.คอม | ติดต่อเรา |