[x] ปิดหน้าต่างนี้
ก้าวทุกวินาที กับ... สหวิชา ดอท คอม
ชื่อผู้ใช้ :
รหัสผ่าน :
   
   
หมวดหมู่ : คณิตศาสตร์
สพฐ.ให้เขตพื้นที่ฯ รับผิดชอบออกข้อสอบ O-Net 3 กลุ่มสาระฯ
พฤหัสบดี ที่ 5 เดือน มีนาคม พ.ศ.2558
เพื่อคุมมาตรฐานและจะใช้เป็นข้อสอบกลางสอบ   

สพฐ.ให้เขตพื้นที่ฯ รับผิดชอบออกข้อสอบ O-Net 3 กลุ่มสาระฯ
เพื่อคุมมาตรฐานและจะใช้เป็นข้อสอบกลางสอบ


นายกมล รอดคล้าย เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.)
 เปิดเผยว่า ในการประชุมผู้บริหารองค์กรหลักของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) กรณีที่คณะกรรมการบริหารสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) มีมติให้จัดสอบวิชาการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-Net) จำนวน 5 กลุ่มสาระการเรียนรู้ คือ คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ภาษาอังกฤษ ภาษาไทยและสังคมศึกษา ส่วน กลุ่มสาระฯ ศิลปะ พลศึกษาสุขศึกษา การงานอาชีพและเทคโนโลยี ให้โรงเรียนเป็นผู้จัดสอบเอง  จะเริ่มสอบปีการศึกษา 2558 สพฐ. เตรียมตั้งคณะกรรมการเพื่อดูแลการสอบใน 3 กลุ่มสาระฯ ที่โรงเรียนต้องจัดสอบ เพื่อให้การจัดสอบได้มาตรฐาน สพฐ. มอบหมายให้เขตพื้นที่การศึกษาทั้ง 225 เขต เป็นผู้รับผิดชอบ กำหนดเนื้อหาสาระ วิธีการ การวัดผลประเมินผล และออกข้อสอบกลางที่เหมาะสมในแต่ละเขตพื้นที่ฯและใช้สอบร่วมกัน  ข้อสอบ O-Net ทั้ง 3 วิชาไม่ควรออกข้อสอบเองจากส่วนกลาง ให้โรงเรียนเป็นผู้ออกข้อสอบอาจเป็นกลุ่มโรงเรียน
ส่วนโรงเรียนขนาดเล็ก ถ้ามีปัญหาเรื่องการจัดสอบ และออกข้อสอบ ให้ใช้ข้อสอบกลางที่ออกโดยเหตุพื้นที่ฯ ได้

ศ.ดร.สมพงษ์ จิตระดับ อาจารย์ประจำคณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า เห็นด้วยที่จะให้แต่ละเขตพื้นที่ฯ
เป็นผู้ออกข้อสอบ แต่สพฐ.ต้องดูมาตรฐานการออกข้อสอบให้มีคุณภาพ สามารถนำคะแนนไปใช้ในการเข้าเรียนต่อได้
และไม่เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์  หากเกิดความผิดพลาด หรือมีข้อร้องเรียนในเรื่องการทุจริต เขตพื้นที่ฯ
ต้องรับผิดชอบ อย่างไรก็ตาม  3 วิชาไม่ควรจะออกข้อสอบที่เน้นเนื้อหามากเกินไป ควรจัดสอบภาคปฏิบัติที่วัดทักษะการเรียนรู้
เจตคติ รวมถึงการสร้างเสริมคุณธรรมจริยธรรมของผู้เรียนให้มากขึ้น การวัดผลภาคปฏิบัติเป็นเรื่องค่อนข้างยาก
สพฐ. สามารถดำเนินการจัดสอบได้ อย่างมีมาตรฐานเชื่อว่าจะสามารถยกระดับการศึกษาไทยให้ดีขึ้น

ที่มาของข้อมูล http://www.kroobannok.com/74201
ที่มาของภาพ http://awards57.obecawards.net/ckfinder/userfiles/images/obec.jpg
ที่มาของภาพ http://image.mcot.net/media/images/2013-12-25/13879756894542.jpg

คณิตศาสตร์ที่เกี่ยวข้อง
สถิติ (Statistic) หมายถึง

1. ตัวเลขแทนปริมาณจำนวนข้อมูล หรือข้อเท็จจริงของสิ่งต่าง ๆ ที่คนโดยทั่วไปต้องการศึกษาหาความรู้ เช่นต้องการทราบปริมาณน้ำฝนที่ตกในกรุงเทพมหานครปี 2541 เป็นต้น
2. ค่าตัวเลขที่เกิดจากการคำนวณมาจากกลุ่มตัวอย่าง(Sample)  หรือคิดมาจากนิยามทางคณิตศาสตร์ เช่นคำนวณหาค่าเฉลี่ย  ค่าความแปรปรวน ค่าที่คำนวณได้เรียกว่าค่าสถิติ ( A Statistic) ส่วนค่าสถิติทั้งหลายเรียกว่า ค่าสถิติหลาย ๆ ค่า (Statistics)
3. วิชาการแขนงหนึ่งที่จัดเป็นวิชาวิทยาศาสตร์ และเป็นทั้งวิทยาศาสตร์บริสุทธิ์และวิทยาศาสตร์ประยุกต์ และยังหมายรวมถึง

ระเบียบวิธีการสถิติ ประกอบด้วยขั้นตอน 4 ขั้นตอน ได้แก่
•การเก็บรวบรวมข้อมูล(Collection of Data)
•การนำเสนอข้อมูล(Presentation of Data)
•การวิเคราะห์ข้อมูล (Analysis of Data)
•การวิเคราะห์ข้อมูล (Analysis of Data)

ข้อมูล(Data) หมายถึง  รายละเอียดข้อเท็จจริงของสิ่งต่าง ๆ ทั้งที่เป็นรูปธรรมและนามธรรมซึ่งตรงกับสิ่งที่ผู้วิจัยต้องการศึกษา
ประเภทของวิชาสถิติ แบ่งประเภทตามลักษณะของข้อมูลได้เป็นสองประเภทคือ
•สถิติเชิงอนุมาน(Inductive Statistics)  หมายถึง สถิติที่ใช้จัดกระทำกับข้อมูลที่ได้มาเพียงบางส่วนของข้อมูลทั้งหมด
•สถิติเชิงบรรยาย(Descriptive Statistics) หมายถึง สถิติที่ใช้จัดกระทำกับข้อมูลที่ได้มาเฉพาะเรื่องใดเรื่องหนึ่ง

การนำเสนอข้อมูล  หมายถึง  การจัดระบบข้อมูลให้เป็นหมวดหมู่ เป็นประเภทตามลักษณะของการวิจัย  เพื่อความชัดเจนในการวิเคราะห์ข้อมูลและการแปลความหมายของข้อมูล

การแจกแจงความถี่ (Frequency distribution table) จำแนกออกเป็น 2 ลักษณะ คือ
•แจกแจงข้อมูลเป็นตัว ๆ ไป ใช้กับข้อมูลดิบที่มีจำนวนไม่มากนัก
•แจกแจงข้อมูลเป็นช่วงคะแนน (อันตรภาคชั้น)

หลักการสร้างตารางแจกแจงความถี่
1. พิจารณาจำนวนข้อมูลดิบทั้งหมดว่ามีมากหรือน้อยเพียงใด
2. หาค่าสูงสุดหรือต่ำสุดของข้อมูลดิบที่มีอยู่
3. หาค่าพิสัยของข้อมูลนั้นจากสูตร    พิสัย  =   ค่าสูงสุด  -  ค่าต่ำสุด
4. พิจารณาว่าจะแบ่งเป็นกี่ชั้น(นิยม 5 – 15  ชั้น)
5. หาความกว้างของแต่ละอันตรภาคชั้น จากสูตร (นิยมปรับค่าให้เป็น 5 หรือ 10 )
      ความกว้างของอันตรภาคชั้น =       พิสัย/จำนวนชั้น  (/ = การหาร หรือ ส่วน)

6. ควรเลือกค่าที่น้อยที่สุด หรือค่าที่มากที่สุดของอันตรภาคชั้นให้เป็นค่าที่สังเกตได้ง่ายๆ

ฮิสโตแกรม (Histogram) หรือแท่งความถี่ คือ  การแจกแจงความถี่ข้อมูลโดยใช้กราฟแท่ง เพื่อให้เกิดความเป็นรูปธรรมของข้อมูลมากยิ่งขึ้นและง่ายต่อการวิเคราะห์ หรือตีความหมายข้อมูล

2. มัธยฐาน (median)  คือ ค่ากลางของข้อมูลที่อยู่กึ่งกลางของข้อมูลทั้งหมดหลังจากเรียงลำดับข้อมูลจากน้อยไปมากหรอจากมากไปน้อย
ตัวอย่าง  จงหาค่ามัธยฐานของข้อมูล   3 , 7 19, 25, 12, 18 , 10วิธีทำ  เรียงข้อมูลจากน้อยไปมากได้   3 , 7, 10, 12, 18, 19, 25 ข้อมูลมีทั้งหมด 7 ตัวเรียงข้อมูลแล้วตัวเลขที่อยู่ตรงกลางคือตัวเลขตำแหน่งที่ 4  ตัวเลขตำแหน่งที่ 4 คือ 12 เป็นมัธยฐาน

3. ฐานนิยม (mode) คือ ค่ากลางของข้อมูลที่มีความถี่สูงสุดในชุดข้อมูลนั้น
ตัวอย่าง  จงหาฐานนิยมของข้อมูลชุดนี้  3, 2, 5, 3, 3, 3, 3, 3, 3, 3, 5
วิธีทำ   ข้อมูลมี 2 จำนวน 1 ค่า    มี 3 จำนวน 8  ค่า มี 5 จำนวน 2 ค่า ฉะนั้นฐานนิยมของข้อมูลคือ 3

ค่ากลางของข้อมูล
1. ค่าเฉลี่ยเลขคณิตหรือตัวกลางเลขคณิต (arithmetic mean)
หลักในการหาค่าเฉลี่ยเลขคณิต
•นำข้อมูลทั้งหมดมารวมกัน
•นำผลรวมที่ได้จากข้อ 1 มาหารด้วยจำนวนข้อมูลทั้งหมด
•ผลหารที่ได้ในข้อ 2 คือ ค่าเฉลี่ย

ที่มาของข้อมูล http://www.thaistudyfocus.com/%E0%B8%84%E0%B8%93%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%A8%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B9%8C/%E0%B8%AA%E0%B8%96%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%B4-%E0%B8%84%E0%B8%93%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%A8%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B9%8C/

ค่ามาตรฐาน (Standard Normal Score)
ค่ามาตรฐาน หรือ คะแนนมาตรฐาน เป็นค่าที่เราสามารถเอาไว้เปรียบเทียบข้อมูลระหว่างชุดได้ เพราะถ้าเรานำข้อมูลสองชุดมาเปรียบเทียบกัน จะมีปัญหาว่า ค่าเฉลี่ยไม่เท่ากัน ส่วนเบี่ยงเบนไม่เท่ากัน ทำให้ไม่รู้ว่าข้อมูลคนใครดีกว่ากัน แต่ถ้าเราเปลี่ยนข้อมูลของทุกคนให้อยู่ในรูป ค่ามาตรฐาน เราจะบอกได้ทันที เพราะว่าค่ามาตรฐานจะเป็นการเปลี่ยนค่าของข้อมูลให้อยู่ในมาตรฐานเดียวกันทั้งหมด
ที่มาของข้อมูล https://www.opendurian.com/learn/standard_normal_score

เส้นโค้งความถี่
เส้นโค้งความถี่ใช้แสดงลักษณะการกระจายของข้อมูล มี 3 แบบได้แก่
1. เส้นโค้งปกติ (Normal curve/Bell-shaped curve)
2. เส้นโค้งเบ้ขวา (Positively Skewed Curve)
3. เส้นโค้งเบ้ซ้าย (Negatively Skewed Curve)

ลักษณะของเส้นโค้งปกติ
1. พื้นที่รวมใต้เส้นโค้ง (ความถี่รวม) จะเท่ากับ 1
2. ในการใช้ตารางเพื่อหาพื้นที่ใต้เส้นโค้งนั้น ค่าพื้นที่ที่แสดงวัดระหว่าง z=0 ไปถึง z ใดๆ  โดย z เป็นค่าบวกเท่านั้น(พื้นที่ด้านขวาของกราฟ) ดังนั้นเราจึงสามารถหาพื้นที่ด้านซ้ายที่เหลือได้โดยหลักความสมมาตร
3. หากค่า z หรือค่าพื้นที่ใต้โค้งที่ต้องการ ไม่พอดีกับค่าที่ให้มาในตาราง จะต้องเทียบสัดส่วนเพื่อให้ได้ค่าที่ต้องการ
4. การหาค่าเปอร์เซนไทล์ (หรือเดไซล์, ควอร์ไทล์)  สามารถทำได้โดยการเอาพื้นที่ไปเทียบเป็นค่า z ใช้วิธีคิดว่าพื้นที่ทั้งหมดเป็น 1.00 (100 ส่วน) จากหางกราฟด้านซ้ายมาถึงกึ่งกลางเส้นโค้ง จะมีพื้นที่เท่ากับ 0.5 (50 ส่วน)
ที่มาของข้อมูล http://www.scimath.org/socialnetwork/groups/viewbulletin/741-8+%E2%80%93+%E0%B8%84%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%90%E0%B8%B2%E0%B8%99+%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%81%E0%B8%88%E0%B8%81%E0%B9%81%E0%B8%88%E0%B8%87%E0%B8%9B%E0%B8%81%E0%B8%95%E0%B8%B4?groupid=168
ที่มาของภาพ https://kanchit004.files.wordpress.com/2012/06/stat.jpg?w=400&h=321
ที่มาของภาพ http://www.atom.rmutphysics.com/charud/oldnews/0/286/7/tranparency/statistic1.jpg

ข้อมูลจำแนกตามวิธีการเก็บรวบรวม
ข้อมูลปฐมภูมิ คือ ข้อมูลที่ได้จากการรวบรวมจากผู้ที่ให้ข้อมูลหรือแหล่งที่มาโดยตรง
1 การสำมะโน คือ การเก็บรวบรวมข้อมูลจากทุกหน่วยของประชากรที่ต้องการศึกษา
2 การสำรวจจากกลุ่มตัวอย่าง คือ การเก็บรวบรวมข้อมูลที่ประกอบด้วยตัวแทนจากทุกลักษณะของประชากรที่ต้องการศึกษา
ในทางปฏิบัติ ไม่ว่าจะทำการสำมะโนหรือการสำรวจ นิยมปฏิบัติอยู่ 5 วิธี คือ
1. การสัมภาษณ์ นิยมใช้กันมาก เพราะจะได้คำตอบทันที นอกจากนี้หากผู้ตอบไม่เข้าใจก็สามารถอธิบายเพิ่มเติมได้ แต่ผู้สัมภาษณ์ต้องซื่อสัตย์ และเข้าใจจุดมุ่งหมายของการเก็บข้อมูลอย่างแท้จริง
2. การแจกแบบสอบถาม วิธีนี้ประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายมาก สะดวกและสบายใจต่อการตอบแบบสอบถาม แต่ก็มีข้อเสียหลายประการ เช่น ต้องใช้ในเฉพาะผลที่มีการศึกษา มีไปรษณีย์ไปถึง คำถามต้องชัดเจน อาจจะไม่ได้รับคืนตามเวลาหรือจำนวนที่ต้องการ จึงต้องส่งแบบสอบถามออกไปเป็นจำนวนมากๆ หรือไปแจกและเก็บด้วยตนเอง
3.การสอบถามทางโทรศัพท์ เป็นวิธีที่ง่าย เสียค่าใช้จ่ายน้อย ต้องเป็นการสัมภาษณ์อย่างสั้นๆ ตอบได้ทันทีโดยไม่ต้องเสียเวลาค้นหาหลักฐาน ใช้ได้เฉพาะส่วนที่มีโทรศัพท์เท่านั้น
4. การสังเกต เป็นข้อมูลที่ได้จากการสังเกตแล้วบันทึกสิ่งที่เราสนใจเอาไว้ ต้องใช้การสังเกตเป็นช่วงๆของเวลาอย่างต่อเนื่องกัน ข้อมูลจะน่าเชื่อถือได้มากน้อยขึ้นอยู่กับความเข้าใจและความชำนาญของผู้สังเกต เช่น ข้อมูลเกี่ยวกับการใช้บริการต่างๆ เช่น บริการรถโดยสาร การบริการสหกรณ์ ความหนาแน่นของการใช้ถนนสายต่างๆ เป็นต้น วิธีนี้นิยมใช้ประกอบกับการเก็บข้อมูลวิธีอื่นๆ
5. การทดลอง เป็นการเก็บรวบรวมข้อมูลที่มีการทดลอง ซึ่งมักจะใช้เวลาในการทดลองนานๆ ทำซ้ำๆ
ข้อมูลทุติยภูมิ คือ ข้อมูลที่ต้องเก็บรวบรวมจากผู้ที่ให้ข้อมูล หรคือแหล่งที่มาโดยตรง แต่ได้จากข้อมูลที่มีผู้อื่นเก็บรวบรวมไว้แล้ว
วิธีการเก็บรวบรวมข้อมูลทุติยภูมิ
แหล่งที่มาของข้อมูลทุติยภูมิที่สำคัญมีอยู่ 2 แหล่ง คือ
1. รายงานต่างๆของหน่วยราชการและองค์การของรัฐบาล เช่น ทะเบียนประวัติบุคลากร ประวัติคนไข้ ทะเบียนนักเรียนนักศึกษา เป็นต้น
2. รายงานและบทความจากหนังสือ หรือรายงานจากหน่วยงานเอกชน ซึ่งจะมีการพิมพ์เผยแพร่เฉพาะในส่วนของข้อมูลที่เผยแพร่ได้ในรูปของรายงานต่างๆ

การนำเสนอข้อมูลสถิติ (Statistical Presentation)
การนำเสนอข้อมูลสถิติแบ่งออกเป็น 2 แบบใหญ่ ๆ คือ
1) การนำเสนอข้อมูลสถิติโดยปราศจากแบบแผน (Informal Presentation)
1.1 การนำเสนอข้อมูลสถิติเป็นบทความ
1.2 การนำเสนอข้อมูลสถิติเป็นบทความกึ่งตาราง
2) การนำเสนอข้อมูลสถิติโดยมีแบบแผน (Formal Presentation)
2.1 การเสนอข้อมูลสถิติด้วยตาราง
2.2 การเสนอข้อมูลสถิติด้วยกราฟและรูป
1.2.1 การนำเสนอข้อมูลสถิติด้วยตาราง (Tabular Presentation)
1.2.2 การนำเสนอข้อมูลสถิติด้วยกราฟและรูป (Graphic Presentation)
ที่มาของข้อมูล https://wiki.stjohn.ac.th/groups/poly_appliedmathematics2/wiki/bf993/_6_.html

การบูรณาการกับกลุ่มสาระฯอื่นๆ
กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี
สาระที่  3 เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
มาตรฐาน ง 3.1 เข้าใจ เห็นคุณค่า และใช้กระบวนการเทคโนโลยีสารสนเทศในการสืบค้นข้อมูลการเรียนรู้   การสื่อสาร   การแก้ปัญหา การทำงาน  และอาชีพอย่างมีประสิทธิภาพ ประสิทธิผล  มีคุณธรรม
กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย
สาระที่ 1 การอ่าน
มาตรฐาน  ท 1.1 ใช้กระบวนการอ่านสร้างความรู้และความคิดเพื่อนำไปใช้ตัดสินใจ แก้ปัญหาในการดำเนินชีวิตและมีนิสัยรักการอ่าน    
กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์
สาระที่ 2 ชีวิตกับสิ่งแวดล้อม
มาตรฐาน ว 2.1 เข้าใจสิ่งแวดล้อมในท้องถิ่น   ความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งแวดล้อมกับสิ่งมีชีวิต   ความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตต่าง ๆ ในระบบนิเวศ มีกระบวนการสืบเสาะ หาความรู้และจิตวิทยาศาสตร์สื่อสารสิ่งที่เรียนรู้และนำความรู้ไปใช้ประโยชน์

คำถามในห้องเรียน
1. ถ้านักเรียนเป็นผู้ออกแบบทดสอบเพื่อสอบวัดความรู้เป็นภาคปฏิบัติที่วัดทักษะการเรียนรู้  เจตคติ การสร้างเสริมคุณธรรมจริยธรรม  ควรใช้แบบทดสอบแบบใด ที่ได้มาตรฐานและใช้สถิติใดในการให้คะแนน
2. การยกระดับการศึกษาไทยควรเริ่มต้นจากอะไร  ให้ยกตัวอย่างและนำสถิติที่เกี่ยวข้องมาอ้างอิงอย่างน้อย 2 ตัวอย่าง

ข้อเสนอแนะ
การสอบของกลุ่มสาระฯ ศิลปะ พลศึกษาสุขศึกษา การงานอาชีพและเทคโนโลยี ให้โรงเรียนเป็นผู้จัดสอบเอง  โดยเขตพื้นที่การศึกษาทั้ง 225 เขต เป็นผู้รับผิดชอบ ในปีการศึกษา 2558 จะทันหรือไม่อย่างไร นโยบายจะเปลี่ยนแปลงหรือไม่ในโอกาสต่อไป

 

 



เข้าชม : 23512
นำเสนอโดย : ประเทือง วิบูลศักดิ์
โรงเรียน นนทบุรีพิทยาคม
สพม.3 นนทบุรี
อยู่ในขั้น : เจ้ายุทธภพ

แชร์ไปที่ Facebook

  หมวดหมู่ คณิตศาสตร์ ล่าสุด
สพฐ.ให้เขตพื้นที่ฯ รับผิดชอบออกข้อสอบ O-Net 3 กลุ่มสาระฯ
โดย : [เข้าชม : 23513 ]
การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ เรื่องสถิติ โดยใช้โครงงานคณิตศาสตร์ สำหรับนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3
โดย : [เข้าชม : 21372 ]
คู่รักแห่เที่ยวงาน “หนาวนี้กระซิบรักที่น่าน”
โดย : [เข้าชม : 21193 ]
ฐานเงินเดือนขั้นต่ำ "ข้าราชการครู" ในรอบ 10 ปี
โดย : [เข้าชม : 25806 ]
ลด ... สอบโอเน็ตเล็งลดเหลือ 4 วิชา
โดย : [เข้าชม : 25728 ]
เอกสารประกอบการเรียน กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 เรื่อง เรขาคณิต
โดย : [เข้าชม : 26206 ]
เงินเดือน-โบนัส ปี'57-ปี'58
โดย : [เข้าชม : 27862 ]
คัดครูมืออาชีพ บรรจุ"สพฐ.-สอศ." จำนวน 1,140 อัตรา
โดย : [เข้าชม : 41464 ]
สสวท กับ เลินนิ่งสเปซ แหล่งเรียนรู้ออนไลน์ กระตุ้นผลสัมฤทธิ์ ด้าน คณิต-วิทย์-เทคโนโลยี
โดย : [เข้าชม : 37953 ]
อันดับการศึกษาต่ำ เงินเดือนครูไทยอย่าต่ำ
โดย : [เข้าชม : 33362 ]
 10 สาระการเรียนรู้ Text Random
Buddhist Lent Day
หลวงพ่อคูณ
มอหินขาว
ประโยชน์ของน้ำมันงา
Tidal wave
ทำ 'แผลแห้ง-แผลเปียก' ถูกวิธี
ทำไมต้องเช็คบิลทางการเมือง
ท้าวสุรนารี
วัฒนธรรมไทย
ประเพณีไทย
 
     "สหวิชา ดอท คอม" เป็นแหล่งรวมเนื้อหาความรู้ต่าง ๆ บอกเล่าประสบการณ์เกี่ยวกับเนื้อหา และการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนจากครูทั่วประเทศ นำมาแลกเปลี่ยนในเว็บไซต์แห่งนี้ ซึ่งเนื้อหาทั้งหมดได้ถูกกลั่นกลรองมาจากความรู้ ประสบการณ์ในการทำงานของทีมงานทุกคน...ดังนั้น ทุกเรื่องราว ทุกเนื้อหาสาระจึงเป็นลิขสิทธิ์ของผู้เขียนและสำนักเทคโนโลยีเพื่อการเรียนการสอน สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ หากบุคคลใดที่มีความประสงค์จะนำเนื้อหาเรื่องราวใด ๆ ในเว็บไซต์แห่งนี้ไปนำเสนอในรูปแบบใด ๆ จึงควรที่จะอ้างอิงและให้เครดิตกับ "สหวิชา ดอท คอม" เพื่อเป็นการสนับสนุนและเป็นกำลังใจในการทำงานแก่ทีมงานทุกคนที่เพียรค้นคว้าหาความรู้มานำเสนอ ขอขอบคุณผู้ที่ให้ความสนใจทุกท่านที่เล็งเห็นความสำคัญในสาระการเรียนรู้ต่าง ๆ ...เราขอน้อมรับทุกคำติชมและจะนำไปพัฒนาปรับปรุงในการทำงานให้ดียิ่งขึ้น ขอขอบคุณ Maxsite 1.10 CMS ที่พัฒนาโดยคนไทย ขอขอบคุณทุก ๆ คลิกที่แวะมาเยี่ยมชมเรา "สหวิชา ดอท คอม"

| เกี่ยวกับสหวิชา.คอม | สาระการเรียนรู้ | บทความ | สื่อการเรียนการสอน | แบบฝึกทักษะ | เล่าสู่กันฟัง | คำถามยอดนิยม | Links น่ารู้ | ทีมงานสหวิชา.คอม | ติดต่อเรา |