[x] ปิดหน้าต่างนี้
ก้าวทุกวินาที กับ... สหวิชา ดอท คอม
ชื่อผู้ใช้ :
รหัสผ่าน :
   
   
หมวดหมู่ : ภาษาไทย
คำขวัญคำคม
พุธ ที่ 17 เดือน มิถุนายน พ.ศ.2552
คำกล่าวสั้นๆ อาจมีตั้งแต่วรรคเดียวหรือ 4 – 5 วรรค การแบ่งจังหวะของคำในวรรคหรือระหว่างวรรคมักมีจังหวะเท่าๆ กัน   

                                                                                             คำขวัญ  

                                        ที่มาของภาพ :  www.lib.ru.ac.th/journal/jan/jan-DayForChild.html

             เป็นคำกล่าวสั้นๆ  อาจมีตั้งแต่วรรคเดียวหรือ  4 – 5 วรรค  การแบ่งจังหวะของคำในวรรคหรือระหว่างวรรคมักมีจังหวะเท่าๆ กัน  นิยมใช้คำที่คล้องจองกันทั้งสัมผัสสระและสัมผัสพยัญชนะ  โดยความหมายของคำขวัญจะเป็นไปในทางเชิญชวนให้ปฏิบัติตามมากกว่าจะเป็นการสั่งหรือบังคับ  หรืออาจใช้สำหรับการประชาสัมพันธ์ต่างๆ  การใช้ถ้อยคำที่คล้องจองกันมีส่วนทำให้คำขวัญนั้นมีลักษณะไม่เป็นทางการ  ช่วยให้น่าสนใจ  และจดจำได้ง่าย  เช่น  ยาบ้าอันตราย  คนเสพตาย  คนขายติดคุก  เสียเหงื่อให้กีฬาดีกว่าเสียน้ำตาให้ยาเสพติด
              1.1 หลักการใช้ภาษาในการเขียนคำขวัญ
                      การเขียนคำขวัญมีหลักเกณฑ์ทั่วไป  ดังนี้
                      1) ใช้ถ้อยคำสั้น  กะทัดรัด  มีการใช้คำตั้งแต่  2  คำขึ้นไป  แบ่งเป็นวรรคได้  ตั้งแต่  1 – 4 วรรค  เช่น
                             - ขยัน  ประหยัด  ซื่อสัตย์  อดทน
                             - งดเหล้าเข้าพรรษา
                             - ขับไม่โทร  โทรไม่ถือ  เพื่อความปลอดภัย
                      2) มีใจความสำคัญเพียงอย่างเดียว  เพื่อให้จดจำง่าย  เช่น
                              - ททบ. 5  นำคุณค่าสู่สังคมไทย
                              - หยาดเหงื่อทุกหยด  เพื่ออนาคตของลูก
                              - ช่อง  7  สี  ทีวีเพื่อคุณ
                     3) มีการแบ่งจังหวะคำสม่ำเสมอกัน
                              - หม้อข้าวหรู  คู่โต๊ะสวย
                              - เลิกเหล้า  เลิกจน   
                    4) มีการซ้ำคำ  การเล่นคำทั้งเสียงและสัมผัส  เช่น
                            - ลอรีอัล  คุณค่าที่คุณคู่ควร
                            - เมาแล้วขับ  ถูกจับแน่

                                      ที่มาของภาพ :  mazella_chocola.storythai.com/200704/

 

                       5) ถ้าเป็นคำขวัญโฆษณา  ต้องมีชื่อสินค้ากำกับ  เช่น                     
                            - S & P  ชื่อนี้มีแต่ของอร่อย
              1.2 การใช้ถ้อยคำในการเขียนคำขวัญ
                    การเขียนคำขวัญมีลักษณะการใช้ถ้อยคำ  ดังนี้
                   1) คำขวัญที่ระบุชื่อกลุ่มผู้รับสารไว้ในคำขวัญ  เช่น
                        - เด็กดีเป็นศรีแก่ชาติ  เด็กฉลาดชาติเจริญ
                        - เยาวชนของชาติ  ต้องไม่เป็นทาสยาเสพติด
                   2) คำขวัญที่กล่าวขึ้นลอยๆ  โดยไม่มีประธานของประโยค  และไม่ระบุผู้รับสาร  แต่ผู้รับสารจะทราบได้เอง  เช่น
                        - โค้ก  รสชาติของคนรุ่นใหม่  (ผู้รับสาร  ได้แก่  ทุกคน)
                       - โลกสวยด้วยมือเรา  (ผู้รับสาร  ได้แก่  ทุกคน)
                   3) คำขวัญที่ประกาศสรรพคุณตรงๆ  เช่น  มาม่า  อร่อย  เป๊ปซี่  ดีที่สุด
            2. คำคม  เป็นถ้อยคำที่มีลักษณะคมคาย  ให้ข้อคิด  โดยมีลักษณะการใช้ถ้อยคำล้อเสียงหรือนำเหตุการณ์ที่อยู่ในความสนใจของคนมาเรียบเรียงใหม่  (มักใช้พูดมากกว่าเขียน)  เช่น
                 1) คำคมที่มีลักษณะล้อเสียง  เช่น
                       - คนเราท้อได้แต่อย่าถอย
                      - คนเราล้มได้  แต่ล้มแล้วต้องลุก  ไม่ใช่ล้มแล้วเลิก
                 2) คำคมที่นำเอาเหตุการณ์ที่คนสนใจมาเรียบเรียงใหม่ เช่น
                     - “กทม.  ไม่ใช่สนามสำหรับฝึกงานสำหรับคนไม่มีประสบการณ์”
                          - “...กลับมาในครั้งนี้  ก็เหมือนเครื่องบินน้ำมันหมด  หาที่จอดไม่ได้ต้องมาจอดที่กรุงเทพฯ”
                3) คำคมที่เสนอแง่คิด
                     - ศิลปะยืนยาว     ชีวิตนั้นสั้น   (นิรนาม)
                      - เริ่มต้นไม่ดี     ย่อมลงท้ายไม่ดี  (ปรัชญากรีก)  
                3. คำสแลง  พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน  พุทธศักราช  2542  อธิบายความหมายของคำสแลงไว้ว่า  ถ้อยคำหรือสำนวนที่ใช้เฉพาะกลุ่ม  หรือชั่วระยะเวลาหนึ่ง  โดยไม่ใช่ภาษาที่ยอมรับกันว่าถูกต้องตามหลักภาษา
                    3.1 ลักษณะของคำสแลง  สามารถแบ่งได้  5  ลักษณะ ดังนี้
                          1) การนำเอาคำหรือวลีที่มีอยู่แล้วในภาษามาใช้สื่อความหมายใหม่  เช่น
                              - ควาย ความหมายเดิม สัตว์เคี้ยวเอื้อง  รูปร่างใหญ่  ตัวสีดำ  หรือสีเทา  เขาโค้งยาว
                                คำสแลง มีความหมายว่า คำด่าคนที่เซ่อโง่
                             - ขึ้นคาน ความหมายเดิม ชักเรือขึ้นสู่คานเพื่อเก็บหรือซ่อม
                                 คำสแลง มีความหมายว่า หญิงไร้คู่แต่งงาน จนอายุมากขึ้นทุกที
                         2) สแลงอาจเกิดจากการสร้างคำขึ้นใหม่  เพื่อสื่อความหมายที่ต้องการ  เช่น
                              - ติ๊งต๊อง มีความหมายว่า บ้าๆ บอๆ  ไม่เต็มบาท
                               - เด๋อด๋า มีความหมายว่า เร่อร่า  ไม่เข้ากับกาลเทศะ
                         3) สแลงอาจเกิดจากภาษาถิ่นหรือภาษาอื่น  มาใช้แทนคำที่มีอยู่แล้วหรือนำคำดังกล่าวนี้มาใช้กับกลุ่มคนหรือสิ่งของที่มีลักษณะเฉพาะตัวอย่างใดอย่างหนึ่ง   เซียน  อึ้งกิมกี่ อย่าให้แซ่ด
                         4) สแลงส่วนมากเป็นเรื่องเกี่ยวกับปัจจุบัน  สิ่งที่เกิดขึ้นประจำ  หรือเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม  สแลงมักเป็นคำที่ใหม่อยู่เสมอ  เมื่อเวลาผ่านไปก็เลิกใช้  บางครั้งสแลงก็สามารถเป็นเครื่องชี้วัดได้ว่า  ผู้ใช้เป็นคนรุ่นใด
                               - เชย  มาจากลักษณะนิสัยของตัวละครชื่อ  เชย  ในหนังสือ  พลนิกร  กิมหงวน
                           5) สแลงเป็นภาษาที่ใช้กันเฉพาะกลุ่มที่มีความสนใจร่วมกัน  หรือมีอาชีพเหมือนกัน  ซึ่งคนที่ไม่ใช่สมาชิกของกลุ่มฟังแล้วอาจไม่เข้าใจ  เช่น
                                - รถตะลัย  เป็นรถโดยสารภายในมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
    
ที่มา   :   th.wikipedia.org/wiki/
           
  สมพร  มันตะสูตร.  การเขียนเพื่อการสื่อสาร.  โอเดียนสโตร์  :  กรุงเทพฯ, 2540.



เข้าชม : 15033
นำเสนอโดย : ขนิษฐา บุญด้วยลาน
โรงเรียนสองคอนวิทยาคม
สพม.4
อยู่ในขั้น : เจ้ายุทธภพ

แชร์ไปที่ Facebook

  หมวดหมู่ ภาษาไทย ล่าสุด
หลักสังเกตคำบาลีสันสกฤต
โดย : [เข้าชม : 3185 ]
พระบรมนามาภิไธย-พระปรมาภิไธย
โดย : [เข้าชม : 20024 ]
กาพย์เห่เรือ ตอน เห่ชมเรือ
โดย : [เข้าชม : 161450 ]
พี่มาก พระโขนง กับคำรื่นหู
โดย : [เข้าชม : 44050 ]
ภาษาในอินเตอร์เน็ตมีผลต่อภาษาไทยอย่างไร
โดย : [เข้าชม : 42735 ]
การเว้นวรรคตอน
โดย : [เข้าชม : 49674 ]
หัวใจชายหนุ่ม ตอนคุณค่าการใช้ภาษา
โดย : [เข้าชม : 48681 ]
มหาเวสสันดรชาดก ตอน องค์ประกอบของชาดก
โดย : [เข้าชม : 45003 ]
มงคลสูตรคำฉันท์ ตอน อำนาจของคำถาม
โดย : [เข้าชม : 49798 ]
มหาเวสสันดรชาดก กัณฑ์มัทรี
โดย : [เข้าชม : 54124 ]
 10 สาระการเรียนรู้ Text Random
พายุกิริกับฝนตกทุกภาคของไทย
เสนาะเสียง,,,สำเนียงคีตศิลป์ไทย
100 ปี "พระปิยมหาราช"
New Bath !
รู้ฟิสิกส์จาก "รูป" เห็นเพียงรูปก็รู้แล้ว
1 ใบ 80 บาท
สอบตรง มอ.นักเรียน 14 จังหวัดภาคใต้ มีสาระอะไร …อย่าพลาด
สอบตรง มอ.นักเรียน 14 จังหวัดภาคใต้ มีสาระอะไร …อย่าพลาด (ตอนที่ 2)
สอบตรง มอ.นักเรียน 14 จังหวัดภาคใต้ มีสาระอะไร …อย่าพลาด (ตอนที่ 3)
สอบตรง มอ.นักเรียน 14 จังหวัดภาคใต้ มีสาระอะไร …อย่าพลาด (ตอนที่ 4)
 
     "สหวิชา ดอท คอม" เป็นแหล่งรวมเนื้อหาความรู้ต่าง ๆ บอกเล่าประสบการณ์เกี่ยวกับเนื้อหา และการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนจากครูทั่วประเทศ นำมาแลกเปลี่ยนในเว็บไซต์แห่งนี้ ซึ่งเนื้อหาทั้งหมดได้ถูกกลั่นกลรองมาจากความรู้ ประสบการณ์ในการทำงานของทีมงานทุกคน...ดังนั้น ทุกเรื่องราว ทุกเนื้อหาสาระจึงเป็นลิขสิทธิ์ของผู้เขียนและสำนักเทคโนโลยีเพื่อการเรียนการสอน สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ หากบุคคลใดที่มีความประสงค์จะนำเนื้อหาเรื่องราวใด ๆ ในเว็บไซต์แห่งนี้ไปนำเสนอในรูปแบบใด ๆ จึงควรที่จะอ้างอิงและให้เครดิตกับ "สหวิชา ดอท คอม" เพื่อเป็นการสนับสนุนและเป็นกำลังใจในการทำงานแก่ทีมงานทุกคนที่เพียรค้นคว้าหาความรู้มานำเสนอ ขอขอบคุณผู้ที่ให้ความสนใจทุกท่านที่เล็งเห็นความสำคัญในสาระการเรียนรู้ต่าง ๆ ...เราขอน้อมรับทุกคำติชมและจะนำไปพัฒนาปรับปรุงในการทำงานให้ดียิ่งขึ้น ขอขอบคุณ Maxsite 1.10 CMS ที่พัฒนาโดยคนไทย ขอขอบคุณทุก ๆ คลิกที่แวะมาเยี่ยมชมเรา "สหวิชา ดอท คอม"

| เกี่ยวกับสหวิชา.คอม | สาระการเรียนรู้ | บทความ | สื่อการเรียนการสอน | แบบฝึกทักษะ | เล่าสู่กันฟัง | คำถามยอดนิยม | Links น่ารู้ | ทีมงานสหวิชา.คอม | ติดต่อเรา |